พม่าตายพุ่งแตะร้อยศพ – เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ปยีตองซูลุดดอว์ ซึ่งเป็นสภาเงาแห่งสหภาพเมียนมา (ซีอาร์พีเอช) ก่อตั้งโดยบรรดาสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่หลบหนีการจับกุมของกองทัพพม่า ย้ำจุดยืนสนับสนุนให้ประชาชาชาวพม่าลุกขึ้นปฏิวัติประเทศและต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพ

โดยปยีตองซูลุดดอว์ระบุว่า พม่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด หลังการลุกฮือของชาวพม่าทั่วประเทศนานกว่า 7 สัปดาห์ ถูกตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรงของเผด็จการทหาร มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 12 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตมีแล้วอย่างน้อย 90 ราย

นายมาห์น วิน เกียง ตาน รักษาการรองประธานาธิบดีแห่งปยีตองซูลุดดอว์ กล่าวผ่านคลิปที่บันทึกไว้ผ่านเฟซบุ๊กเพจของซีอาร์พีเอชกับชาวพม่าที่พากันออกมาชุมนุมขัดขืนคำสั่งเคอร์ฟิวหลัง 20.00 น. ของเผด็จการทหารพม่า ว่าขอให้ประชาชนยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มืดมนที่สุดของชาติเรา แต่แสงสว่างแห่งรุ่งอรุณกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว” และว่า “ช่วงเวลานี้ยังถือเป็นบททดสอบความอดทนของชาวพม่า เพื่อจะให้เห็นว่าเราสามารถอดทนต่อสู้กับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดได้นานเพียงใด” นายตานกล่าว

รายงานระบุว่า นายตานเคยดำรงตำแหน่งเป็นอดีตประธานรัฐสภาจากพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีก่อนการยึดอำนาจของกองทัพ และมีข่าวว่าถูกจับกุมนำตัวไปขังไว้ในบ้านพักตั้งแต่ 1 ก.พ. เช่นเดียวกับนางออง ซาน ซู จี โดยการปรากฏตัวผ่านคลิปซีอาร์พีเอชถือเป็นครั้งแรกหลังข่าวการถูกจับกุมตัว ในฐานะรักษาการรองประธานาธิบดี

อดีตประธานรัฐสภาผู้นี้ ยังกล่าวเรียกร้องให้ชาวพม่าช่วยกันเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไปสู่ประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ ซึ่งจะทำให้บรรดากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ สามารถเข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศได้

“ช่วงเวลานี้ยังถือโอกาสที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างชาติขึ้นใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่พวกเราพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งต่างเคยต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงของกองทัพ..ปรารถนา” และว่า “สหภาพประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ กำลังรอพวกเราอยู่ หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว พวกเราจะต้องมีชัยชนะ” ตานระบุ

ทั้งนี้ ซีอาร์พีเอชเคยออกแถลงการณ์หลายครั้งหลังการก่อตั้งสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านการยึดอำนาจของประชาชน ขณะที่ฝ่ายเผด็จการทหารพม่านั้นตั้งสภาปกครองแห่งชาติ (เอสเอซี) โดยระบุถึงการกระทำของซีอาร์พีเอชว่ามีโทษจำคุกสูงสุดถึง 22 ปี

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน