มุมมอง ความเป็นจริง เสาซาน(33) – จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ สรุปอย่างรวบรัดต่อสภาพของเหมาในห้วงปลายปี 1924 กับต้นปี 1925 ออกมาว่า อุดมการณ์ที่ปราศจากศรัทธาอันเร่าร้อน ก็พาให้กลับสู่อ้อมอกและทรัพย์สินของครอบครัวอีก

ความก้าวหน้าที่ชะงักงันในช่วงแรกๆ ของพรรคนี้เป็นสิ่งที่ถูกปิดเม้มมาตลอด

เหมาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเขาล้มเหลวในการปฏิบัติให้พรรค คำถามอันตามมาก็คือ แล้วความเป็นจริงอันเกิดขึ้นกับเหมาเป็นอย่างไร

เป็นความจริงที่จริงแท้ หรือว่าเป็นความจริงอันผ่านการตีความ

นี่ย่อมตรงข้ามกับที่ เชาวน์ พงษ์พิชิต ระบุใน “วิพากษ์ประธานเหมา” นั่นก็คือ เหมากลับไปยังมณฑลหูหนานเมื่อปลายเดือนมกราคม 1925 แต่มิใช่ไปรักษาอาการ เจ็บป่วย หากไปเพื่อจัดตั้งองค์กรชาวนาอย่างเงียบๆ

เดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งสู่อีกหมู่บ้านหนึ่งตลอดเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม พูดคุยกับคนนั้นคนนี้จวบจนถึงปลายปี 1926 ได้ก่อตั้งองค์กรพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสมาคมชาวนา

ในจำนวน 75 อำเภอของมณฑล มีถึง 37 อำเภอได้ก่อตั้งสมาคมชาวนาขึ้น มีสมาชิก 2 ล้านคน

ข้อมูลจาก เชาวน์ พงษ์พิชิต ยืนยันว่า เหมาเรียกประชุมก่อตั้งสาขาพรรคคอมมิวนิสต์จีนชาวนาแห่งแรกบนชั้นลอยในห้องนอนของบิดามารดาในเดือนสิงหาคม 1925

ผู้ปฏิบัติงานชาวนา 34 คนที่เสาซานเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

ทั้งหมดนี้ย่อมสอดรับกับฐานข้อมูลอันมาจาก บุญศักดิ์ แสงระวี นั่นก็คือ การหวนกลับเสาซานในตอนต้นปี 1925 สามัคคีกับชาวนายากจน จัดตั้งสหพันธ์ชาวนา

และรับสมัครสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในหมู่ชาวนาที่มีความตื่นตัวสูง

แล้วหวนกลับมารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถานฝึกศึกษาการเคลื่อนไหวชาวนาในปี 1926 อาศัยความจัดเจนจากการปฏิบัติที่เป็นจริงในห้วงปลายปี 1925 ถึงกลางปี 1926

มาเป็นบาทฐาน มาเป็นอุปกรณ์สำคัญในทางการเมือง

หากมองตามภาพที่ปรากฏเหมือนกับเหมามีปัญหาในการทำงานประสานเข้ากับโรคาพยาธิรุมเร้าก่อให้เกิดความเครียด จำเป็นต้องวางมือทางการเมืองหวนกลับเสาซาน บ้านเกิด

คำถามอยู่ที่ว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคืออะไร

ไม่ว่าข้อมูล จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ไม่ว่าข้อมูล เชาวน์ พงษ์พิชิต ไม่ว่าข้อมูล บุญศักดิ์ แสงระวี เมื่อนำมาวางเรียงเคียงข้างกันก็จะประจักษ์ว่ามีความเป็นจริงดำรงอยู่

นั่นก็คือ ความเป็นจริงที่มีความขัดแย้งต่อปัญหาเรื่อง “ชาวนา”

เมื่ออ่านบทความขนาดยาวเรื่อง “รายงานสำรวจความเคลื่อนไหวชาวนาในมณฑล หูหนาน” ซึ่งเหมาเขียนขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 1927 ก็จะเข้าใจในสภาพที่เหมาประสบด้วยตนเอง

โดยเฉพาะคำอธิบาย “เบื้องหลัง” การเขียนบทความชิ้นนี้

นิพนธ์ของสหายเหมาเจ๋อตงเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบเสียงคำตำหนิติเตียนทั้งในพรรคและนอกพรรคในเวลานั้นที่มีต่อการต่อสู้ปฏิวัติของชาวนา

เพื่อจะตอบเสียงตำหนิติเตียนเหล่านี้

สหายเหมาเจ๋อตงได้เดินทางไปสำรวจที่หูหนานเป็นเวลา 32 วัน และได้เขียนรายงานฉบับนี้ขึ้น เวลานั้นพวกลัทธิฉวยโอกาสเอียงขวาภายในพรรคอันมีเฉินตุ๊ซิ่วเป็น หัวหน้า

ไม่ยอมรับฟังความเห็นของสหายเหมาเจ๋อตงและยืนกรานในทัศนะที่ผิดของตน

คําอธิบายของคณะบรรณาธิการที่จัดพิมพ์ “สรรนิพนธ์ เหมาเจ๋อตง เล่ม 1 (ตอนต้น) ขยายความต่อไปด้วยว่า ความผิดของพวกเขา (พวกลัทธิฉวยโอกาสเอียงขวาภายในพรรค) ก็คือ

ขวัญเสียเพราะกระแสปฏิกิริยาของก๊กมินตั๋ง

ไม่กล้าสนับสนุนการต่อสู้ปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ของชาวนา ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อโอนอ่อนผ่อนตามก๊กมินตั๋งพวกเขายอมทอดทิ้งชาวนาผู้เป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุด

ทำให้ชนชั้นกรรมกรและพรรคคอมมิวนิสต์ตกอยู่ในฐานะโดดเดี่ยวปราศจากการช่วยเหลือ

การที่ก๊กมินตั๋งกล้าทรยศโดยก่อ “การเคลื่อนไหวสะสางพรรค”และก่อสงครามแอนตี้ประชาชนขึ้น ในฤดูร้อนปี 1927 นั้นที่สำคัญก็เพราะได้ฉวยเอาจุดอ่อนของพรรคคอมมิวนิสต์ข้อนี้

บทนิพนธ์ “รายงานสำรวจความเคลื่อนไหวชาวนาในมณฑลหูหนาน” จึงมีความสำคัญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน