หวางผู่ สถาบันบ่มเพาะ ผู้ปฏิบัติงาน(35) – มีความจำเป็นต้องตรวจสอบผ่านหนังสือ“กองทัพแดง”ซึ่งอ้างอิงอยู่กับเอกสาร “70 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์ จีน” โดยหูเสิน แห่งสำนักพิมพ์จัดจำหน่ายประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีน
โดยเฉพาะหลังจากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เข้าร่วมในพรรคก๊กมินตั๋งเมื่อปี 1924
ก็เริ่มก่อตั้งและขยายองค์การจัดตั้งของพรรคก๊กมินตั๋งแต่ละแห่งทั่วประเทศอย่างขมีขมัน ด้วยความมานะพยายามเป็นเวลา 2 ปีจวบจนประชุมใหญ่พรรคก๊กมินตั๋ง ทั่วประเทศครั้งที่ 2 ในปี 1926
พรรคก๊กมินตั๋งได้ก่อตั้งพรรคประจำมณฑลอย่างเป็นทางการ 12 แห่ง
องค์กรพรรคนครพิเศษ 4 แห่ง องค์กรพรรคมณฑลเฉพาะกาล 9 แห่ง ผู้รับผิดชอบแท้จริงขององค์กรพรรคมณฑลและนครมีหลายคน อาทิ หลี่ต้าเจาแห่งกระทรวงบริหารปักกิ่ง
หลินจู่หานแห่งกระทรวงบริหารฮั่นโข่ว เหอซู่เหิง เซี่ยซีแห่งองค์กรพรรคมณฑล หูหนาน
ต่งปี้หวู เฉินถานซิวแห่งองค์กรพรรคมณฑลหูเป่ย ซวนจงหัวแห่งองค์กรพรรคมณฑลเจ้อเจียง เหิง ซ่าวฉิวแห่งองค์กรพรรคมณฑลเจียงซู ซือฟ่างโจว หลีหย่งเซิงแห่งองค์กรพรรคมณฑลเหอเป่ย
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ขบวนการเคลื่อนไหวของพนักงานและกรรมกรภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อาทิ การเปิดโรงเรียนกวดวิชาของกรรมกร เป็นต้น บางแห่งก็ดำเนินไป ภายใต้ธงของพรรคก๊กมินตั๋ง
แม้ว่าภายในพรรคก๊กมินตั๋งยังคงมีสภาพสลับซับซ้อนมาก
กระนั้น ก็เริ่มกลายเป็นสมาพันธ์ปฏิวัติประชาธิปไตยของกรรมกร ชาวนา ชนชั้นนายทุนน้อยในเมือง และชนชั้นนายทุนชาติอย่างแน่นอนแล้ว
การปรากฏเป็นจริงของความร่วมมือก๊กมินตั๋ง-คอมมิวนิสต์
สภาพการณ์นี้ได้กระตุ้นให้การฟื้นตัวและการขยายตัวแห่งขบวนการเคลื่อนไหวของกรรมกร ดำเนินการโดยอยู่ภายใต้การนำของชาวพรรคคอมมิวนิสต์เป็นประการสำคัญ
กล่าวเฉพาะเขตพื้นที่ในความปกครองของรัฐบาลปฏิวัติกว่างตง
ขบวนการเคลื่อนไหวของกรรมกร ชาวนา ได้รับสิทธิความดำรงอยู่อย่างชอบด้วยกฎหมาย ปัจจัยนี้มีส่วนอย่างสำคัญทำให้มีการขยายตัว เติบใหญ่และก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว
นี่ย่อมเป็นคุณูปการจากความร่วมมือก๊กมินตั๋ง-คอมมิวนิสต์
ขณะเดียวกัน ชาวนาแต่ละอำเภอในกว่างตงก็ทยอยกันก่อตั้งสมาคมชาวนา จัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเอง แผ่ขยายการต่อสู้กับบรรดาเจ้าพ่อท้องถิ่น และพวกคหบดีอันธพาล
เพื่อจักได้ปลูกฝังผู้เป็นแกนกลางของขบวนการเคลื่อนไหวชาวนา
คณะกรรมการบริหารกลางพรรคก๊กมินตั๋งมีมติให้เปิดสถานที่บรรยายและศึกษาขบวนการเคลื่อนไหวชาวนานับแต่เดือนกรกฎาคม 1924 ตามข้อเสนอของชาวพรรคคอมมิวนิสต์
โดยมีชาวคอมมิวนิสต์ อาทิ เผิงพ่าย หยวนเซี่ยวเซียน เหมาเจ๋อตง
ผลัดเปลี่ยนเวียนกันเข้าแบกรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสถาบันแห่งนี้ ได้ปลูกฝังและฝึกฝนพลังอันเป็นแกนกลางของขบวนการเคลื่อนไหวชาวนาขึ้นมาจำนวนหนึ่ง
อีกโครงการซึ่งสำคัญ คือการจัดตั้งโรงเรียนนายทหารหวางผู่เมื่อเดือนพฤษภาคม 1924
ซุนจงซาน ดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการใหญ่เอง แต่งตั้ง เจียงไคเช็ก เสนาธิการกองทัพกว่างตง ซึ่งเพิ่งกลับจากการไปสำรวจและศึกษางานจากสหภาพโซเวียตขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่
เลี่ยวจงไข่ ผู้มีชื่อเสียงฝ่ายซ้ายก๊กมินตั๋งเป็นผู้แทนพรรค
เดือนพฤศจิกายน 1924 โจวเอินไหล ประธานคณะกรรมการพรรคเขตกว่างตงซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากยุโรปได้ไม่นาน เข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายการเมืองของโรงเรียนนายทหารหวางผู่
พรรคคัดเลือกสมาชิกพรรค สันนิบาตเยาวชนปฏิวัติแต่ละแห่งจำนวนมาก
เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารหวางผู่ นักเรียนรุ่นแรก อาทิ สวี่เซี่ยงเซียน เฉิงเกิงเจียง เซียงหยุน จว่อฉวน สวีจี้เซิ่น รวม 56 คน หรือ 1 ใน 10 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
จุดเด่นที่สุดของโรงเรียนคือ ยกระดับการเมืองให้มีฐานะสำคัญทัดเทียมกับการฝึกหัดทางทหาร
สนใจให้การปลูกฝังต่อความคิดรักชาติ ประสานกับจิตใจปฏิวัติแก่นักเรียน นี่คือความแตกต่างกันโดยพื้นฐานกับโรงเรียนทหารแบบเก่า
ชาวพรรคคอมมิวนิสต์ อาทิ โจวเอินไหล มีผลงานในด้านนี้อย่างเด่นชัด