ม็อบรื้อคอนเทนเนอร์
ตร.ปิดล้อม-ลุยสลาย
ปะทะเดือดสนามหลวง
ลุกลามไปแยกคอกวัว
เจ็บอื้อส่งรพ.โกลาหล

เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมกลุ่มรีเดม ฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง กระชับพื้นที่ จับกุมผู้ชุมนุมหลังรื้อลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ฝ่าแผงกั้นเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำ ธนาธรชวน ‘ราษเก็ต’ เล่นสเกตบอร์ดที่สนามหลวง ใช้เสรีภาพและศิลปะวาดลวดลายแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ กรมราชทัณฑ์เผยสุขภาพ ‘เพนกวิน’ ยังปกติ โต้ข่าว ‘โตโต้’ ถูกทำร้าย จ่อดำเนินคดีผู้โพสต์และเผยแพร่ข่าว เตรียมเปิดห้องเยี่ยมผู้ต้องขังผ่านไลน์ ศาลนัดไต่สวนเพนกวิน 22 มี.ค.นี้ ข้อหาละเมิดอำนาจศาล อ่านแถลงการณ์ประท้วงอดอาหารในห้องพิจารณาคดี

ลวดหนาม – กลุ่มผู้ชุมนุมช่วยกันเก็บรั้วลวดหนาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชน หลังเจ้าหน้าที่นำมากีดขวางพร้อมตั้งตู้คอนเทนเนอร์โดยรอบสนามหลวง เมื่อวันที่ 20 มี.ค.

‘ตร.-ทหาร’ตรึงกำลัง-กั้นรั้ว

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกรณีกลุ่ม “รีเดม” นัดชุมนุมใหญ่เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่มีแกนนำในช่วงเวลา 18.00-21.00 น. วันเดียวกันนี้ บริเวณท้องสนามหลวงว่า ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 22 กองร้อย หรือประมาณ 3,300 นาย โดยมีพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ขณะนี้ยังคงประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงกรุงเทพมหานครประกาศให้พื้นที่สนามหลวงเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเนื่องจากใกล้เขตพระบรมมหาราชวังหรือเขตพระราชฐาน ในส่วนของทหารเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบจากกองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ประมาณ 50 นาย พร้อมดูแล ณ พื้นที่ตั้ง

เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามมาวางกั้นบริเวณประตูทางเข้า ฝั่งถนนหน้าพระธาตุ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปิดกั้นเป็นแนวยาวผ่านกลางสนามหลวงไปจนถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา ทำให้พื้นที่สนามหญ้าท้องสนามหลวงไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ยังไม่ปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนิน

แจงป้องกันสถานที่สำคัญ

เวลา 11.00 น. ที่บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. ร่วมกันแถลงมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่าจะมีกลุ่มมวลชน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก (REDEM) เวลา 18.00 – 21.00 น. 2.กลุ่มศิลปะปลดแอก (FreeArt) เวลา 18.30 น. และกลุ่มเพื่อนอานนท์ เวลา 19.19 น. มารวมตัวกันบริเวณท้องสนามหลวง บช.น. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแจ้งเตือนว่าขณะนี้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ควบคุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ทำให้ขณะนี้การชุมนุมทุกอย่างในกรุงเทพฯ ถือว่าผิดกฎหมาย รวมถึงการแจกจ่ายหนังสือหรือสิ่งพิมพ์บางอย่างที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย ทั้งนี้บช.น.จัดกำลังไว้เพียงพอตามสถานการณ์และการข่าว ตั้งแต่มีการชุมนุมตำรวจจับกุมและคุมตัวผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 179 คดี ส่งฟ้อง 129 คดี ส่วนที่เหลือกำลังสืบสวนสอบสวน

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่าการวางรั้วลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์รอบสนามหลวงนั้นจำเป็นต้องตั้งแนวป้องกันรักษาสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฯลฯ

ธนาธรชวน‘ราษเก็ต’ร่วมม็อบ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า วันนี้! ราษเก็ตทั้งผอง มารวมตัวกัน ขอเชิญชวน “ราษเก็ต” ทั่วทั้งหมู่เหล่ามารวมตัวกันเย็นนี้ที่สนามราษฎร์ หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม ใช้เสรีภาพและศิลปะของการวาดลวดลายแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ ส่งสารของพวกเราดังๆว่า ปล่อยเพื่อนเรา #คณะราษเก็ต #ม็อบ20มีนา

รีเดมพรึบ-รถฉีดน้ำประจำการ

เวลา 17.00 น. ประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มรีเดม (REDEM) เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยจะไม่มีการเดินขบวนและไม่มีแกนนำ ขณะที่เจ้าหน้าที่นำ ตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งขวางสนามหลวงไว้ เพื่อป้องกันผู้ชุมนุมเข้าไปยังพื้นที่สำคัญ พร้อมตั้งลวดหนามและขึงสแลนต์บนตู้คอนเทนเนอร์อีกชั้นบริเวณถนนราชดำเนิน ฝั่งศาลฎีกา และเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้ปฏิบัติหน้าที่หากผู้ชุมนุมพยายามบุกฝ่าเข้าไป

เวลา 17.15 น. ประชาชนทยอยสมทบมากขึ้นตามลำดับ บางรายนำภาพผู้ต้องขังชูเรียกร้องให้ปล่อยตัว อาทิ ภาพนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอานนท์ นำภา และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล บางส่วนนำสเกตมาเล่นที่สนามหลวงตามคำเชิญชวนของกลุ่มคณะราษเก็ต ขณะที่บางส่วนเล่นว่าวรูปหน้าแกนนำที่ยังถูกคุมขัง

ตร.แจ้งเตือนห้ามชุมนุม

ต่อมาเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเตือนผู้ชุมนุมห้ามชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ ขอให้ยุติการชุมนุมทันทีที่ประกาศเสร็จสิ้น ขณะที่ พ.ต.อ.สนองอ่านประกาศผู้ชุมนุมเข้าปิดล้อม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนต้องเปิดทางด้านหลังเพื่อผลักดันผู้ชุมนุมให้ออกไป จากนั้น ผู้ชุมนุมตะโกนขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีที่อ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จึงล่าถอยเพื่อลดแรงกดดัน เลี่ยงการปะทะ ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมเปิดแผงเหล็กเพื่อเปิดทางนำรถเครื่องขยายเสียงและกลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่นัดรวมตัวก่อนหน้านี้ที่อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตยเคลื่อนขบวนมาสมทบที่ท้องสนามหลวง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าจับจองพื้นที่จนเต็นพื้นผิวจราจรราชดำเนินในและเริ่มล้นเข้าสู่พื้นที่ด้านในท้องสนามหลวง

การ์ดรื้อลวดหนาม-จนท.ฉีดน้ำ

เวลา 18.45 น. การ์ดผู้ชุมนุมเริ่มเก็บลวดหนามออกจากพื้นที่และดึงตู้คอนเทนเนอร์ชั้นบนที่ขวางอยู่ลงมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกาศห้ามเคลื่อนเข้ามาโดยเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงไว้พร้อมแล้ว กระทั่งเวลา 19.00 น. ผู้ชุมนุมลากตู้คอนเทนเนอร์อีกชิ้นส่วนออกมาได้ เจ้าหน้าที่ที่กั้นแนวอยู่ฝั่งตรงข้ามฉีดน้ำแรงดันสูง ผู้ชุมนุมแตกฮือและวิ่งหลบหนีออกมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนออกจากฐานที่มั่น ระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาสิ่งของข้ามไป เกิดการปะทะกัน มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 6 ครั้ง สลับกับ การฉีดน้ำแรงดันสูงพร้อมแก๊สน้ำตาข้ามมา เจ้าหน้าที่ประกาศว่าจะทำอะไรขอให้อยู่ ด้านนอก อย่าข้ามมาโดยเด็ดขาด โดย เจ้าหน้าที่ตั้งแนวเดินกดดันผู้ชุมนุม และ มีการใช้ปืนกระสุนยางยิงเป็นระยะ พร้อมประกาศให้ผู้สื่อข่าวกลับบ้าน ไม่เช่นนั้น จะจับกุมทั้งหมด กลุ่มผู้ชุมนุมบางคนขว้างปาถุงน้ำปลาร้าใส่เจ้าหน้าที่และรื้อตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด

สลายการชุมนุม-เข้าจับกุม

เวลา 19.10 น. ผู้ชุมนุมนำผืนผ้าสีขาวขนาดใหญ่เข้าพื้นที่สนามหลวงเพื่อเตรียมทำกิจกรรมเขียนป้ายผ้าสีขาวผืนยาว “ปล่อยเพื่อนกู” โดยมี น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท.ร่วมกิจกรรม ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนนำแผงเหล็กไปกระทบกับตู้คอนเทนเนอร์จนเกิดเสียงดัง เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นระยะ เวลา 19.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเคลื่อนกำลังมาตามถนนราชดำเนินกลางเพื่อโอบล้อมสลายการชุมนุมโดยประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุมในทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถือโล่พร้อมกระบองเพื่อกั้นแนวพร้อมผลักดันผู้ชุมนุมเต็มกำลัง ขณะที่ผู้ชุมนุมถอยร่นไปอยู่เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และยังคงมีเสียงดังคล้ายระเบิดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประกาศจากผู้ชุมนุมว่ายุติการชุมนุมแล้ว แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงปักหลักอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่บุกข้ามมายังฝั่งผู้ชุมนุมผ่าน ตู้คอนเทนเนอร์ก่อนเข้าจับกุมผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมต่างวิ่งหลบหนีไปคนละทิศคนละทาง เจ้าหน้าที่เริ่มยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่ ผู้ชุมนุมอีกครั้ง

ตั้งแนวยิง – เจ้าหน้าที่ควบคุม ฝูงชนตั้งแนวพร้อมโล่ จากนั้นใช้ปืนยิงกระสุนยางเพื่อสลายการชุมนุมและกระชับพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง ด้านลานพระ แม่ธรณีบีบมวยผม ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด

โกลาหล-กระชับพื้นที่

เวลา 19.30 น. เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด 3 ครั้ง ช่วงถนนราชดำเนินในหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ตามด้วยเสียงดังคล้ายปืนยิงกระสุนยางหลายนัด ทำให้ผู้ชุมนุมแตกตื่นวิ่งหนีออกนอกพื้นที่อย่างโกลาหล โดยที่ฝั่งถนนราชดำเนินในมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังอยู่ที่ สน.ชนะสงคราม และลานจอดรถกองสลากเก่า ขณะที่ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตลอดเวลามีเสียงดังคล้ายระเบิดขึ้นเป็นช่วงๆ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ประกาศจะกระชับพื้นที่เพราะผู้ชุมนุมเริ่มก่อความวุ่นวาย ขอให้สื่อและผู้ไม่เกี่ยวข้องขยับขึ้นไปบนทางเท้าทันที ส่วนประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องขอให้เดินทางกลับบ้านทันที

เผากระถาง – กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนนำกระถางต้นไม้จากเกาะกลางถนนออกมาเผา ระหว่างกระจัดกระจายจากการถูกเจ้าหน้าที่รุกไล่ยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเข้าใส่ที่ถนนราชดำเนิน บริเวณแยกคอกวัว เมื่อค่ำวันที่ 20 มี.ค.

เผากระถางแยกคอกวัว

เวลา 20.30 น. ยังคงมีเสียงดังคล้ายระเบิดต่อเนื่องและมีควันคละคลุ้ง ส่งผลให้ผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าต้องถอยร่น ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงรักษาระยะอยู่แนวเดิม ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการจุดไฟเผากระถางต้นไม้ที่แยกคอกวัว ใกล้จุดที่ตำรวจวางกำลังปิดถนน โดยผู้สื่อข่าวถูก เจ้าหน้าที่กันไม่ให้ผ่านพ้นบริเวณลานจอดรถกองสลากเก่า ถนนราชดำเนินนอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมจากสนามหลวง กลุ่มผู้ชุมนุมแตกกระจัดกระจายไปยังสี่แยกคอกวัวและตามตรอกซอกซอยบนถนนราชดำเนิน เจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกเคลียร์พื้นที่ สถานการณ์ตึงเครียดตลอดทั้งคืน

เผชิญหน้า – จนท.ควบคุมฝูงชนเผชิญ หน้าเกิดการปะทะผู้ชุมนุม หลังจากใช้รถน้ำแรงดันสูงฉีดใส่เพื่อสกัดการรื้อกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ สถานการณ์รุนแรงระยะ หนึ่งถึงขั้นใช้กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา ที่บริเวณ ท้องสนามหลวง เมื่อค่ำวันที่ 20 มี.ค.

เจ็บ 11 ราย-จับกุม 5 ราย

ศูนย์เอราวัณรายงานข้อมูลผู้เจ็บป่วยในพื้นที่การชุมนุม ถ.ราชดำเนินใน ที่นำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้น รวม 11 ราย ร.พ.กลาง 3 ราย, วชิรพยาบาล 2 ราย, ร.พ.ศิริราช 1 ราย และร.พ.ตำรวจ 5 ราย

เวลา 21.00 น. ที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนหลายครั้งว่าไม่สามารถชุมนุมได้ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนผู้ชุมนุมเริ่มทำลายตู้คอนเทนเนอร์ พยายามฝ่าแนวกั้นแม้จะประกาศเตือนหลายครั้งผู้ชุมนุมก็ยังฝ่าฝืน เป็นเหตุให้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นควบคุมผู้ชุมนุมได้ 5 ราย นอกจากฝ่าแนวแล้วยังใช้อาวุธต่างๆ เช่น ประทัด หัวนอต ลูกแก้ว ก้อนหิน ยิงเข้ามาเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนอดกลั้นปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 6 ราย

ต่อข้อถามว่าเจ้าหน้าที่มีการควบคุมผู้ชุมนุมในลักษณะฉุดกระชากลากถู พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่าในการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่อยู่ในฝ่ายตั้งรับ เมื่อมีการขว้างปาสิ่งของเข้ามา ขนาดเจ้าหน้าที่ซึ่งใส่หมวกกันน็อกยังโดนตีด้วยแท่งเหล็ก ต้องดูด้วยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยอมให้จับกุมโดยดีหรือไม่อย่างไร ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ใช้โล่ กระบอง กระสุนยาง แก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นมาตรการจากเบาไปหาหนัก ยืนยันว่าไม่ได้ใช้โดยพลการ แจ้งผู้ชุมนุมเป็นระยะ รวมถึงการฉีดน้ำก็แจ้งเป็นระยะเช่นกัน เสียงที่ดังขึ้นต่อเนื่องเจ้าหน้าที่จะพิสูจน์ทราบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและคงจะดำเนินคดีต่อไป ในส่วนของผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวยังไม่ได้รับรายงานว่าควบคุมตัวไปที่ไหน

เผยเตรียมห้องเยี่ยมผ่านไลน์

วันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมแถลงข่าว นายสมศักดิ์กล่าวถึงการแพร่ภาพผู้ถูกควบคุมตัวว่า ยังกังวลในเรื่องสิทธิมนุษยชน หากเผยแพร่ไปอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ ต้องหาทางพิสูจน์ว่า ผู้ถูกคุมขังปลอดภัย ไม่ถูกทำร้าย อาจใช้วิธีการให้ญาติมาเยี่ยมได้ทุกวัน โดยกรมราชทัณฑ์จะเตรียมห้องเยี่ยมผ่านไลน์ โดยเฉพาะผู้ถูกคุมขังที่เป็นที่สนใจ เพื่อยืนยันว่าพวกเขาสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย แต่หากดำเนินไประยะหนึ่งแล้วไม่สะดวกจะต้องปรับมาตรการต่างๆ ให้สะดวกทั้งญาติและเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย กรมราชทัณฑ์จะแถลงข่าวทุกวันในเวลา 10.00 น. ในประเด็นที่เป็นข้อสงสัยของประชาชน

“ผมยืนยันว่าวันนี้ทุกคนปลอดภัย ไม่มีอะไรเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นเกิดจากผู้ถูกคุมขังอยากอยู่ร่วมในที่เดียวกัน ห้องเดียวกันซึ่งเราอนุญาต แต่หากปัญหามากขึ้น ทางราชทัณฑ์จะพิจารณาใหม่เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์” รมว.ยุติธรรมกล่าว

พริษฐ์แข็งแรง-โต้‘โตโต้’ถูกทำร้าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร อดอาหารมา 3 วันแล้ว สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง นายธวัชชัยกล่าวว่าเมื่อช่วงเช้ามีการตรวจสุขภาพของนายพริษฐ์ ผลออกมาว่าสุขภาพโดยทั่วไปยังดี ความดัน การเต้นของหัวใจ และระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถือว่าสุขภาพยังปกติดีอยู่ ทางเรือนจำติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่านายปิยรัฐ จงเทพ หรือโต้โต้ แกนนำกลุ่ม wevo อาจโดนทำร้าย นายธวัชชัยกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง กรมราชทัณฑ์กำลังรวบรวมเอกสารดำเนินคดีกับผู้โพสต์และเผยแพร่ข่าวนี้อยู่ ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแน่นอน เพราะในเรือนจำมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดตามมาตรการ ผู้ต้องขังทุกคนได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน

นัดไต่สวนเพนกวิน 22 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร จำเลยคดี ป.อาญา ม.112 ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว ลุกขึ้นอ่านแถลงการณ์ประท้วงอดอาหารในห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2564 นั้น ล่าสุดศาลนัดไต่สวนข้อหาละเมิดอำนาจศาลต่อนายพริษฐ์ กรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยในห้องพิจารณาคดี ในวันที่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 13.30 น. จะมีการเบิกตัวจำเลยมาเพื่อไต่สวนด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน