สัมพันธ์ลึก เหมา หูฮั่นหมิน(36) – หากอ่าน รอเบิร์ต เพน จากสำนวนแปล อาษา ขอจิตต์เมตต์ ก็สะท้อนอีกมุมหนึ่งต่อบทบาทของเหมาภายหลังการประชุมสมัชชาพรรคก๊กมินตั๋งทั่วประเทศครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมกราคม 1924
1 คือความสัมพันธ์กับโบโรดิน 1 คือความสัมพันธ์กับหูฮั่นหมิน
โบโรดินเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจจากโคมินเทิร์นเดินทางมาเป็นที่ปรึกษาตามคำร้องขอจากซุนยัตเซ็นผ่านสหภาพโซเวียต เป้าหมายคือปรับปรุงพรรคก๊กมินตั๋งให้มีลักษณะปฏิวัติ
สถานะของโบโรดิน คือ สถานะแห่งการเป็นมันสมองให้ซุนยัตเซ็น
โบโรดินเป็นคนร่างใหญ่ ปลายหนวดห้อยต่ำและแก้มอูม เป็นผู้บงการนโยบายของพรรคก๊กมินตั๋งในลักษณะเดียวกับเป็นผู้บงการนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เป็นตำแหน่งที่น่าอิจฉายิ่งนัก
โบโรดินไม่รู้ภาษาจีนเลย และศึกษาประวัติศาสตร์จีนอย่างลวกๆ หากศึกษาอย่าง คร่ำเคร่งในเรื่องกบฏไท่ผิง สิ่งนี้ชักนำให้เขาพยายามร่างนโยบายให้เป็นที่ยอมรับทั้งพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์
ในตอนเริ่มแรกที่โบโรดินมาถึงพวกคอมมิวนิสต์ระแวงเขามากที่สุด
กล่าวสำหรับทางด้านของเหมา เขารู้ภาษาต่างประเทศเพียงเล็กน้อย แสดงอาการดูหมิ่นต่อชาวต่างประเทศทั่วไป นานๆ จึงจะเอ่ยถึงคนเหล่านี้สักหนและเป็นการเอ่ยถึงอย่างเหยียดหยาม
นับเป็นครั้งแรกที่เหมามาถึงระดับมีอำนาจในการปฏิบัติตามนโยบายพรรค
เขาพบปะและสนทนากับเจียงไคเช็กผู้กลับมาจากรัสเซีย และคุยฟุ้งถึงความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมรัสเซีย ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับซุนยัตเซ็นและหัวหน้าอื่นๆ ของพรรคก๊กมินตั๋ง
ระยะนี้เองที่เหมาได้เป็นเลขานุการของรัฐมนตรีผู้มีอำนาจสูงสุดคนหนึ่ง
เป็นรัฐมนตรีซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากการปฏิวัติในปี 1911 คนผู้นี้คือหูฮั่นหมิน ซึ่งนอกประเทศจีนมีผู้รู้จักค่อนข้างน้อยแม้ว่าจะเคยแสดงบทบาทสำคัญและทรงอำนาจในการปฏิวัติตอนต้นๆ
หูฮั่นหมินเป็นคนเข้าใจยาก และบางครั้งก็อารมณ์ร้าย
มีสัญชาตญาณในการตอบโต้และมีหัวดื้อรั้น เขาไม่เป็นที่ 2 รองจากใครนอกจากซุนยัตเซ็น ในห้วงที่เหมาดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการของเขา
ในตอนนี้เองที่เหมาเป็นผู้มีอำนาจพิเศษจากอำนาจของหูฮั่นหมิน
รอเบิร์ต เพน เห็นว่า เหมาได้รับความไว้วางใจจากหูฮั่นหมิน ได้รับมอบหมายให้สั่งการแทนในบางครั้งและในบางอย่าง เอกสารที่รัฐมนตรีสูงอายุผู้นี้ต้องการดูและเห็นด้วยเลขานุการเป็นผู้เลือกมาให้
เลขานุการซึ่งเมื่อ 4 ปีก่อนท่องเที่ยวด้วยเครื่องแต่งตัวเหมือนผ้าขี้ริ้วไปตามที่ต่างๆ
จากมุมของ รอเบิร์ต เพน หูฮั่นหมินสนใจในลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างลึกซึ้ง เป็นลูกชาวนาซึ่งลืมตาเห็นโลกในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จักใกล้ๆ นครกว่างโจว ต่อสู้ชีวิตจนได้ดำรงตำแหน่งสูง
ผ่านการสอบไล่ของจักรพรรดิ เคยเป็นครูโรงเรียนมาก่อน
ศึกษาในญี่ปุ่น และมีส่วนร่วมในการลุกฮือที่นำโดยซุนยัตเซ็นตั้งแต่ปี 1910 หากพบกับความล้มเหลว หลังการปฏิวัติ 1911 ได้รับตำแหน่งข้าหลวงมณฑลกว่างตง เติบโตไปพร้อมกับซุนยัตเซ็น
เมื่อซุนยัตเซ็นเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวก็ได้เป็นเลขานุการ
เป็นคนหนึ่งในกองบรรณาธิการนิตยสาร “หมิงเป้า” ของพรรคก๊กมินตั๋ง และข้อเขียนทั้งหมดของซุนยัตเซ็นได้ผ่านมือของหูฮั่นหมินเพื่อตรวจแก้ก่อนการตีพิมพ์
เหมาเป็นเลขานุการของหูฮั่นหมินอยู่ราว 3 เดือน
หูฮั่นหมินชอบรัสเซียมาก เหตุนี้เองในปี 1925 เขาถูกส่งไปมอสโกได้พบกับการต้อนรับในฐานะ “ผู้เป็นความหวังของพวกปฏิวัติจีน” และมีผู้เรียกเขาว่า “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” อยู่เป็นประจำ
เหมาให้ความยกย่องหูฮั่นหมินในฐานะบรรณาธิการ “หมิงเป้า” ที่เขาชอบอ่านตอนอยู่ในวัยหนุ่ม
หูฮั่นหมินสนับสนุนการผูกมิตรกับรัสเซีย รัฐมนตรีผู้นี้เหมือนกับเหมาตรงที่เขาเติบโตขึ้นมาจากครอบครัวที่ยากจน หูฮั่นหมินนี้เองที่แต่งตั้งเหมาให้เป็นผู้แทนของหูหนานในพรรคก๊กมินตั๋ง
ก็หูฮั่นหมินอีกเหมือนกันที่แนะนำวังจิงไวให้รู้จักกับเหมา
และจากหูฮั่นหมินอีกเช่นเดียวกันที่เหมาได้รับรู้ถึงความอ่อนแออย่างไม่มีหนทางแก้ไขของพรรคก๊กมินตั๋งภายในความสัมพันธ์ระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน
มุมมองและบทสรุปของ รอเบิร์ต เพน จึงสะท้อนไปถึงการดำรงอยู่ของเหมาในกาลต่อมา