สดจากสนามข่าว - เตือนภัยแอพฯกู้เงินดอกโหด นายทุนจีนลงทุนผ่านมือถือ จ้างคนไทยคอยตามทวงหนี้

24 มี.ค. 2564 - 22:28 น.

เตือนภัยแอพฯกู้เงินดอกโหด – ในขณะที่แก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบคนไทยยังใช้คนเดินแปะใบปลิวตามเสาไฟฟ้าหรือตู้โทรศัพท์สาธารณะ แต่เมื่อระดับพี่จีนรุกเข้ามาขอแบ่งเค้กชิ้นนี้วิธีการย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เรื่องราวอันไม่ธรรมดาของแก๊งเงินกู้ชาวจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.3 บก.สส.สตม. พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐพงศ์ แก้วยอด ผกก.คธม.บช.ทท. และ พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร แถลงจับกุมผู้ต้องหา ชาวไทย จำนวน 8 คน

พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 35 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 30 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ สมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้ และเอกสารอื่นๆ จำนวนหนึ่ง ยืดจากอาคารพาณิชย์ เลขที่ 923/74 ถ.เอกชัย ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีแอพพลิเคชั่น Yoo Card สามารถให้กู้เงินโดยการโอนเข้าบัญชีแล้วมีการเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงสืบสวนจนสามารถจับกุมได้

น.ส.บี อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้ต้องหารับว่า ตนมีหน้าที่ในการติดตามทวงหนี้ผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ 5 แอพพลิเคชั่น Uwallet, Ant Loan, Yoo Card, Majic Card และ Bee Bath โดยแต่ละแอพพลิเคชั่นจะให้กู้เงินเหมือนกันตั้งแต่ 2,000-5,000 บาท ซึ่งจะคิดค่าธรรมเนียม 39% และคิดค่าอัตราดอกเบี้ย 0.05% ต่อวัน โดยให้ชำระเงินคืนภายใน 7 วัน เช่น กู้เงิน 2,000 บาท จะได้เงินกู้เพียง 1,220 บาท และเมื่อครบชำระเงิน ต้องชำระเงินคืน 2,007 บาท ก่อนจะรวบรวมเงินโอนเข้าบัญชีนายยาง ชิง ชาวจีน ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่อีกทอดหนึ่ง ซึ่งพวกตนได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท

ขณะที่อีกคดีย้อนกลับไปเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่โรงแรมนาซ่า การ์เดน ซอย 20 มิถุนา ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม นายจู เว่ย ฟง อายุ 39 ปี ผู้จัดการ และ นางจาง เฟ่ย หง อายุ 30 ปี ช่างเทคนิค ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาชาวจีนกับพวกชาวไทยรวม 9 คน และพนักงานทวงหนี้ชาวไทย 53 คน พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ 62 เครื่อง โทรศัพท์มือถือที่ใช้ทวงหนี้ 47 เครื่อง

พล.ต.ท.ปิยะเผยที่มาที่ไปของคดีว่า ศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบ ได้ติดตามการทำงานของกลุ่มคนร้ายแก๊งนี้มานานพอสมควร หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการปล่อยกู้เงินผ่านแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ มือถือ ซึ่งปล่อยกู้ยืมหลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยจะขอบัตรประชาชน บัญชีเงินฝาก และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ


มีรูปแบบปล่อยกู้เงิน เช่น กู้ 2,000 บาท จะได้เงินจริง 1,300 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 35 ต่อสัปดาห์ หากไม่คืนเงินจะโทรศัพท์ไปประจานให้เกิดความเสียหาย โดยพนักงาน 1 คนจะทวงหนี้ลูกหนี้ 140 คน หรือรวมเป็น 8,600 คนต่อวัน รวมยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังจะขยายผลจับกุมกลุ่มพนักงานทวงหนี้ที่เหลือ เพราะพบว่ามีการทำงานจากที่บ้านด้วย

พล.ต.ท.ปิยะเผยต่อว่า จากการสืบสวนเชื่อว่ายังมีเครือข่ายลักษณะเดียวกันอีกหลายพื้นที่ เพราะมีหลายกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในกทม. ยังมีในละแวกใกล้เคียง ส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายชาวจีน ซึ่งการจับกุมวันนี้เชื่อว่าจะเป็นรายใหญ่ที่สุด พบความเคลื่อนไหวมาประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่ต้นปี 2564

ผู้ต้องหาได้เช่าเหมาชั้นทำออฟฟิศไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เครือข่ายเหล่านี้จะมีชาวจีนเข้ามาวางระบบก่อนและให้พรรคพวกบริหารจัดการต่อ บางส่วนเข้ามาบริหารจัดการเอง แต่ติดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้

ขณะที่ พ.ต.อ.ภาดลกล่าวว่า เหตุที่เป็นชาวจีนเพราะโปรแกรมที่ใช้นั้นเป็นของชาวจีนคิดค้น ซึ่งคนที่จะใช้โปรแกรมทำแอพฯ พวกนี้จะอยู่ที่ประเทศจีน และประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างไทย ยังมีกลุ่ม ผู้ต้องหาในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ประกอบสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจทวงหนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนขยายผลการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดรายอื่นๆ พร้อมอายัดบัญชีธนาคารของเครือข่ายทั้งหมดต่อไป

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์

พิรยุทธ นิ่มนนท์

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ สดจากสนามข่าว - เตือนภัยแอพฯกู้เงินดอกโหด นายทุนจีนลงทุนผ่านมือถือ จ้างคนไทยคอยตามทวงหนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง