เจียงไคเช็ก ซ้อม รัฐประหาร(40) – ยิ่งอ่านจากฐานข้อมูลที่ ทวีป วรดิลก รวบรวมและประมวลมา ยิ่งเห็นคล้อยไปกับ รอเบิร์ต เพน แม้ว่าการสร้างพันธมิตรระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์ทำท่าว่าจะดำเนินไปด้วยดี

แม้เมื่อซุนยัตเซ็นถึงแก่อนิจกรรมในปักกิ่งด้วยโรคมะเร็งเมื่อเดือนมีนาคม 1925

การเคลื่อนไหวของมวลชนคนงานจำนวนมากๆที่แอนตี้จักรวรรดินิยมต่างชาติมีขึ้นในตอนกลางปี 1925 เริ่มต้นจากกรณีทหารบริติชยิงชาวจีนโดยอ้างว่าพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินของตน

คนงานได้เริ่มมีบทบาทสำคัญในทางการเมือง

จำนวนสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าตื่นใจ ต้นปี 1925 สมาชิกพรรคมีจำนวนไม่เกิน 1,000 คน ครั้นถึงฤดูใบไม้ผลิปี 1927 สมาชิกพรรคก็มีจำนวนทะยานถึงกว่า 57,000 คน

บทบาทหนึ่งซึ่งคึกคักเป็นอย่างมาก คือ บทบาทของโรงเรียนนายทหารหวังผู่

ด้วยความช่วยเหลือจากคณะที่ปรึกษาโคมินเทิร์นและมีกำลังสำคัญเป็นแกนอันได้แก่นายทหารหนุ่มซึ่งได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดีจากโรงเรียนนายทหารหวังผู่

โดยมีนายทหารจากโซเวียตส่งมาช่วยในฐานะที่ปรึกษาทางทหาร

โรงเรียนนายทหารหวังผู่อยู่ใกล้กว่างโจว จัดตั้งขึ้นเพื่อผลิตนายทหารที่เป็นคนรุ่นใหม่ออกมาเป็นกำลังของ ฝ่ายปฏิวัติสาธารณรัฐ กำจัดขุนศึกในฐานะพลังปฏิกิริยาที่ต่อต้านการปฏิวัติ

โรงเรียนนี้มีเจียงไคเช็กเป็นผู้อำนวยการ

ขณะเดียวกัน ก็มีโจวเอินไหล คอมมิวนิสต์หนุ่มเป็นคอมมิสซาร์ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรง เรียน ปรากฏว่าภายในระยะเวลาอันสั้นนายทหารหนุ่มรุ่นใหม่ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งที่เป็นสมาชิกพรรคก๊กมินตั๋ง ทั้งที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์

เจียงไคเช็กในฐานะแม่ทัพของกองกำลังผสมทั้งจากพรรคก๊กมินตั๋งและจากพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นแนวร่วมกันเพื่อยกไปปราบขุนศึกภาคเหนือ มีความสำคัญยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

เหมายังคงทำงานอยู่กับพรรคก๊กมินตั๋ง

จนกระทั่งเดือนมีนาคม 1926 ก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ 20 มีนาคม ปรากฏว่าเจียงไคเช็กได้ลงมือกระทำการซึ่งภายหลังเรียกกันว่า “ซ้อมรัฐประหาร”

อันเป็นลางร้ายสำหรับการเป็นแนวร่วมระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์

เมื่อโบโรดิน ที่ปรึกษาโคมินเทิร์นเดินทางไปเยี่ยมภรรยาที่เซี่ยงไฮ้ ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษารัสเซียฝ่ายการ ทหารก็ไม่อยู่ โดยที่กำลังรบฝ่ายทหารเรือขณะนั้นมีเรือปืนประจำการอยู่ 3 ลำ

ลำหนึ่งชื่อจงซาน มีหลี่จี้หลง สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เป็นผู้บัญชาการ

ในวันที่ 18 มีนาคม หลี่จี้หลงได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์ให้เตรียมรับการตรวจตราอย่างเป็นทางการ โดยเรือปืนจงซานต้องติดอาวุธให้พร้อม มีทหารประจำการครบครัน

เมื่อหลี่เตรียมไว้พร้อมแล้วก็โทรศัพท์รายงานต่อเจียงไคเช็กซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด

จากรายงานทางโทรศัพท์ของหลี่ที่ว่า “เรือปืนพร้อมแล้ว”นี้เอง ที่เจียงได้ยกเป็นข้ออ้างว่า พรรค คอมมิวนิสต์เตรียมการจะยึดอำนาจ

จึงสั่งให้ตำรวจทหารออกปฏิบัติการเพื่อยับยั้งทันที

ในการครั้งนี้เชื่อกันว่า ถ้าเจียงไม่เตรียมกำลังเอาไว้ล่วงหน้า กำลังทั้งตำรวจและทหารก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวและปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว ฉับไวถึงเพียงนี้

เจียงประกาศว่าจำเป็นต้องกระทำการ”อย่างเฉียบขาด”เพื่อหลีกเลี่ยงความหายนะ

จากนั้นจึงได้จู่โจมจับหลี่จิ้งหลงบนเรือปืนจงซาน รวมทั้งทหารคอมมิวนิสต์คนอื่นๆอีก 40 กว่าคน แม้กระทั่งที่พำนักของที่ปรึกษารัสเซียก็ถูกทหารของเจียงล้อมไว้หมด

ผู้ปฏิบัติคอมมิวนิสต์ในโรงเรียนนายทหารหวังผู่ 25 คนถูกจับ

ไม่เพียงเท่านี้ หากบรรดาผู้นำคนงานที่เคยสไตรค์หยุดงานก็ถูกปลดอาวุธ ทหารและตำรวจออกตระเวนรักษาการณ์ตามถนนสายต่างๆ รถบรรทุกทหารพร้อมอาวุธออกเคลื่อนไหวคึกคัก

บรรยากาศเหมือนจะเกิดสงคราม

มีเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืน ตำรวจตรวจค้นประชาชนอย่างเข้มงวดกวดขัน เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการสั่งการโดยเจียงไคเช็กผ่านกองกำลังในความรับผิดชอบ

แม้กระทั่งผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งคนอื่นๆก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน