บุ๊กสโตร์
ผู้สื่อข่าวหรรษา
วันนี้มีการ ‘คัมแบ๊ก’ ครั้งสำคัญสู่วงการหนังสือการเมืองและสังคมไทย สำนักพิมพ์มติชนจัดมาควบคู่ เริ่มจาก… ‘แรงงานวิจารณ์เจ้า : ประวัติศาสตร์ราษฎร ผู้หาญกล้าท้าทายสมบูรณาญาสิทธิ์ไทย’ การกลับมาหลังจากห่างหายไปเกือบ 17 ปี ผลงานของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เพื่อให้เรื่องราวของสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่กลับมามีตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์
ในเมื่อพระมหากษัตริย์กระทำผิด ผู้ถูกประทุษร้ายหรือ เสียหาย มีอำนาจฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ได้’ คือวาทะของ ถวัติ ฤทธิเดช ผู้อยู่ในยุคสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่หา ผู้หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์ชนชั้นปกครองได้ยาก แต่ผู้นำกรรมกรรถรางที่ได้สมญานามว่า ‘วีรบุรุษคนแรกของขบวนการกรรมกรไทย’ คือหนึ่งในคนที่ยืนหยัดต่อสู้ในเชิงหลักการและเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการยื่น ‘ฎีกา’ เรียกร้องสิทธิที่ชนชั้นกรรมกรพึงได้รับ และตั้งคำถามที่มาก่อนกาลถึงความฉ้อฉลของผู้ถืออำนาจรัฐในขณะนั้น
หลังการปฏิวัติสยาม 2475 แม้กลุ่มผู้ถืออำนาจรัฐจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม ถวัติยังคงเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมและความเท่าเทียม ไม่ให้รัฐบาลหรือนายทุนมากระทำการกดขี่และขูดรีดชนชั้นกรรมกร
ด้วยอุดมการณ์ที่หนักแน่นนี้ จึงนำไปสู่กรณี ‘คดีพระปกเกล้า’ ที่ถวัติยื่นฟ้องคดีอาญาต่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ ‘ทรงบริภาษใส่ความเป็นการหมิ่นประมาทข้าพเจ้า’

หนังสือ ‘แรงงานวิจารณ์เจ้า : ประวัติศาสตร์ราษฎร ผู้หาญกล้าท้าทายสมบูรณาญาสิทธิ์ไทย’ ฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดนี้ ยังมีคำนิยมจาก ส. ศิวรักษ์, ดำริห์ เรืองสุธรรม คำนำเสนอจาก ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และบทความพิเศษของ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เพื่อให้ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ความคิดเรื่อง ‘แรงงาน’ พร้อมฉายให้เห็นอำนาจและพลังของชนชั้นกรรมกร เหมือนกับที่ ถวัติ ฤทธิเดช ได้แสดงให้ประจักษ์ชัดมาแล้ว
…อีกเล่ม ‘สังคมจีนในประเทศไทย : ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์’ สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย เศรษฐกิจไทย และประเด็นทางสังคม
คนจีนโล้สำเภาเสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนมายังประเทศไทย สร้างตัวเป็นเจ้าสัว เถ้าแก่ และบางคนกลายเป็นชนชั้นสูง ความสำคัญของคนจีนที่มากมายเช่นนี้ จึงมิอาจทำให้มองข้ามคนจีนในประเทศไทยได้ ในฐานะที่เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทยิ่งในรัฐไทยและประวัติศาสตร์ไทย
จี. วิลเลียม สกินเนอร์ นักวิชาการอเมริกัน ศึกษาวิจัยคนจีนในประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 2490 และรวบรวมเรื่องราวตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณอ่าวไทย จนถึงประเทศไทยในยุคต้นสงครามเย็น (พ.ศ. 2500) มาวิเคราะห์ จำแนก แจกแจง และอธิบายคนจีนถูกกลืนเป็นไทยได้อย่างไร
‘น่าสังเกตว่ากรรมกรชาวจีนที่ไม่มีความชำนาญส่วนใหญ่มีลักษณะพิเศษตรงที่มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะเขยิบสถานะทางสังคมให้สูงขึ้น…โดยที่ในอนาคตจะมีกรรมกรไทยที่ขาดความชำนาญเข้ามาเติมเต็มส่วนล่างสุดเมื่อว่างลง’
อีกครั้งที่สำนักพิมพ์มติชนและศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ ขอนำเสนอหนังสือวิชาการคลาสสิค ทรงคุณค่า ซึ่งในฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 นี้ นอกเหนือจากที่มี ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็นบรรณาธิการ ยังได้เพิ่มบทความของ ดร.สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์ และ รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล เพื่อต่อยอดมุมมองจากหนังสือให้ครอบคลุมกว้างไกลขึ้น

…ยังอยู่ในบรรยากาศจีน ‘จารชน สามก๊ก เล่ม 2 : ตอน เมฆหมอเกงจิ๋ว’ จากชุดหนังสือซีรีส์ 4 เล่ม สำนักพิมพ์ มติชนจัดครบกระบวน
สำหรับวงวรรณกรรม สามก๊ก คือสุดยอดตำรับแห่งการโรมรันทั้งด้วยศาสตราและโดยเฉพาะปัญญา เสน่ห์ดึงดูดคือการศึกที่เข้มข้น ดุเดือด อาศัยกลยุทธ์แพรว พราวเพื่อตีโต้อีกฝ่ายให้ย่อยยับ เหล่ากุนซือและยอดนักรบจากก๊กทั้งสามล้วนเป็นที่ชื่นชมนับถือ
ทว่าเบื้องหลังสมรภูมิซึ่งหน้าทุกสมรภูมิ ล้วนซ่อนเร้นสงครามจารชนชนิดเอ็งตายข้าอยู่ ‘จิ้นโจ้วเฉา’ ของวุยก๊ก ‘จวินอี๋ซือ’ ของจ๊กก๊ก และ ‘เจี่ยฝานอิ๋ง’ ของง่อก๊ก จึงเป็นที่รวมยอดจารชนของโจโฉ เล่าปี่ และซุนกวน ที่ฟาดฟันกันอย่างโหดเหี้ยมและเปี่ยมด้วยปัญญาในแนวรบลับของยุคอาวุธเย็น
ซีรีส์จารชนสามก๊ก หยิบยกภูมิหลังยุทธการอันลือลั่นที่สุดในวรรณกรรมสามก๊ก ทั้งยุทธการเซ็กเพ็ก ยุทธการเขาติ้งจวินซาน ยุทธการเสียเมืองเกงจิ๋ว และยุทธการไฟลามทุกค่าย บอกเล่าการห้ำหั่นของจารชนที่สยองขวัญสะท้านวิญญาณระหว่างก๊กทั้งสาม
สำหรับเล่ม 2 ตอน เมฆหมอเกงจิ๋ว…เมืองเกงจิ๋วในวงล้อมหมอกหนายังมีหมอกอันน่าสะพรึงล้อมไว้อีกชั้น หมอกที่มิแจ้งเจตนา หมอกที่มิเผยภัยซ่อนเร้น แต่พริบตาเดียวกลับหลั่งเลือดผู้คนมหาศาล นำไปสู่จุดจบของผู้ยิ่งใหญ่ หมากกระดานนี้พลิกพลิ้วทุกขณะด้วยมือที่มองไม่เห็น และเบี้ยอย่าง ‘กาเอ๊ก’ ต้องถูกเขี่ยให้เดินบนทางสุ่มเสี่ยงต่อไป
กาเอ๊ก อดีตนายกองแห่งจิ้นโจ้วเฉาย้ายมาสังกัดเจี่ยฝานอิ๋ง องค์กรจารชนแห่งง่อก๊ก เมื่อเริ่มงานในสังกัดใหม่ เขาได้พบสตรีนางหนึ่งซึ่งมีรูปโฉมเหมือนคนรักที่ถูกสังหารไป แต่ระหว่างสืบหาต้นเค้าเหง้าเงื่อน กลับมีเหตุลอบสังหารน่าเคลือบแคลง จับต้นชนปลายไม่ได้ว่าบุคคลในเงามืดที่ซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการคือใครและทำเพื่อฝ่ายใด อีกทั้งกาเอ๊กยังพบว่าองค์กรหานฉานที่ตนคิดว่ารู้จักกระจ่างแล้ว แท้จริงยังมีความลับคลุมเครืออีกมากมายที่อำพรางไว้หลังฉากหน้า เป็นปริศนาในเงามืด ชนิดที่ยิ่งรู้เหมือนยิ่งไม่รู้ ศัตรูหรือมิตรไฉนจะแยกได้

…‘Livable Japan ใส่ใจไว้ในเมือง’ ฉายภาพเมืองน่าอยู่ที่ไม่ได้หมายถึงแค่เมื่องใหญ่ที่ทุกคนอยู่ได้ แต่คือเมืองที่ออกแบบให้ทุกคนที่อาศัยนั้น ‘อยู่ดี’ และมีความสุขอย่างเท่าเทียมกัน
ปริพนธ์ นำพบ สันติ หรือ โบ๊ท JapanPerspective นำทางไปคลี่ขยายเบื้องหลังอันแสนใส่ใจของญี่ปุ่น เมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ ของคนทั่วไป ทบทวนปัญหาบางอย่างที่แม้กระทั่งเมืองในฝันของใครหลายๆ คนอย่างญี่ปุ่นเองก็ยังแก้ไม่ได้
รวมไปถึงชี้ชวนให้ตั้งคำถามใหม่ๆ พร้อมกับทำความเข้าใจวิธีคิดต่อคำถามสำคัญของความเป็นเมืองเหล่านั้นใน ‘แบบ ญี่ปุ่นๆ’…เมืองซึ่งเข้าใจและใส่ใจเข้าไปในวิธีคิดและวิธีแก้ปัญหา เพื่อออกแบบและพัฒนาให้กลายเป็นเมืองของทุกคน ที่มั่นใจได้ว่าใครๆ ก็จะสามารถอยู่ได้ และอยู่ได้ดีโดยแท้จริง ไม่ใช่แค่ว่าเมืองทำงานอย่างไร แต่คุณจะได้รู้เหตุผลว่าทำไมมันถึงทำงานเช่นนั้น ซึ่งอาจนำพาเราไปสู่เรื่องอื่นที่มองเผินๆ แทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย เช่น
ความเป็นระเบียบของคนญี่ปุ่นมีการ ‘ออกแบบ’ อยู่เบื้องหลัง (ไม่ใช่จิตสำนึกเพียงอย่างเดียว!), ผู้มีอำนาจแคร์คุณแค่ไหนขอให้ดูที่กรวยถนน, ทางเท้าในญี่ปุ่นสะท้อนถึงความเท่าเทียมได้อย่างไร หรือญี่ปุ่นรับมือภัยพิบัติอย่างไรให้เมืองไม่วิบัติ
ผู้เขียนนำผจญภัยไปบนถนนและตรอกซอกซอย ออกตามหา ‘ใจ’ ที่ซ่อนอยู่ระหว่างเรื่องราวของเมืองน่าอยู่นี้ไปด้วยกัน

…ปิดท้ายด้วยเทียบเชิญ พบกับบูธมติชน B01 ในงาน ‘เทศกาลหนังสือฤดูร้อน Summer Book Fest 2021 at Chiangmai’ วันที่ 26 มีนาคม-4 เมษายน 2564 ที่เซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
ฤดูร้อนนี้ไม่มีเหงา เพราะนักอ่านชาวเชียงใหม่จะได้พบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์กว่า 100 แห่ง ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นร้อนแรงต้อนรับซัมเมอร์ และหนังสือปกใหม่ที่ชาวเชียงใหม่จะได้อ่านก่อนใคร
สำหรับโปรโมชั่นสุดฮอตห้ามพลาดจากมติชน หนังสือสำนักพิมพ์มติชน ลดสูงสุด 20% ส่วนหนังสือจากเพื่อนสำนักพิมพ์ ลดสูงสุด 15%…ไปอ่านให้เพลินลืมร้อนกันเถอะ
พบกันใหม่วันอาทิตย์หน้า