เบื้องหลัง เรือปืน พร้อมแล้ว(43) – ก่อนรุ่งสางของวันที่ 20 มีนาคม 1926 เมืองกว่างโจวกำลังอยู่ในความหลับใหล เจียงไคเช็กก็ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามปลอดที่จะปฏิบัติการสายฟ้าแลบโดยสั่งกองทหารที่หวางผู่ที่ไว้ใจได้อย่างที่สุดให้ออกปฏิบัติการ

ผู้ปฏิบัติงานการเมืองทั้งหมดของโรงเรียนนายทหารหวางผู่ถูกจับทั้งหมด

หัวหน้าที่ทำการของกองทัพเรือก๊กมินตั๋งถูกจับไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการจู่โจมที่ชี้นำการปลุกระดมคนงานทั้งที่กว่างโจวและฮ่องกง ทหารเข้ายึดเอกสาร

ผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบทางการเมืองแทนเหลียวจ้งไข่ถูกจับกุม

ในคืนเดียวกันนั้น พวกอันธพาลก็ออกจู่โจมทำร้ายและเข่นฆ่าชาวนาหลายต่อหลายแห่ง แม้ว่าไม่มีหลักฐานอะไรอันบ่งชี้ว่าการจู่โจมชาวนาของอันธพาลครั้งนี้เป็นคำสั่งจากเจียงไคเช็ก

แต่เหตุการณ์ก็ประจวบเหมาะกับการใช้กำลังทหารจู่โจมในกว่างโจว

ด้านหนึ่ง เจียงไคเช็กสามารถควบคุมสถานการณ์ในกว่างโจวไว้ได้โดยสิ้นเชิง ด้านหนึ่ง คณะผู้นำก๊กมินตั๋งคนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่ประหลาดใจต่อปฏิบัติการตลอดคืนวันที่ 20 มีนาคม

โดยที่ไม่มีใครระแคะระคายล่วงหน้ามาก่อน

คณะกรรมการบริหารกลางของพรรคเรียกประชุมด่วนแล้วแถลงออกมาว่า “ในเมื่อเจียงไคเช็กได้ต่อสู้เพื่อการปฏิวัติจีนอยู่ตลอดมา จึงหวังว่าจะตระหนักได้ถึงความผิดพลาดในการกระทำครั้งนี้”

ต้นเรื่องของสถานการณ์ในวันที่ 20 มีนาคม 1926 มีความเป็นมาอย่างไร

ทวีป วรดิลก ระบุว่า มาจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดเมื่อเรือปืนจงซานได้แล่นมา ทอดสมอหน้าท่าเรือของหวางผู่ในคืนวันที่ 19 มีนาคม โดยที่เรือจงซานนี้ หลี่จี๊หลง เป็นผู้บังคับการ

และหลี่จี๊หลงผู้นี้ก็เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เสียด้วย

ความจริง หลี่ได้รับข้อความทำนองคำสั่งให้สั่งปล่อยเรือปืน 2 ลำ คือ จงซานลำหนึ่ง กับ เปาปีอีกลำหนึ่งมารับการตรวจการณ์ ณ ท่าเรือหวางผู่ ห่างจากท่าเรือเมืองกว่างโจวราว 1 ไมล์

ต่อมาหลี่ได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์ให้เตรียมเรือจงซานให้อยู่ในสภาพติดอาวุธครบเพื่อรอการตรวจ

จึงสั่งทหารให้เตรียมการทุกอย่าง พร้อมทั้งสั่งทหารให้เข้าประจำการบนเรือจงซานอย่างครบครัน จากนั้นจึงได้โทรศัพท์ไปรายงานเจียงไคเช็กว่า

“เรือปืนพร้อมแล้ว”

ภายหลังจากเหตุการณ์นี้เจียงไคเช็กเป็นผู้เปิดเผยเองว่า เขาได้รับคำเตือนว่าจะถูกจี้จับตัว ครั้นได้รับโทรศัพท์หลี่จี๊หลงซึ่งพูดออกมาว่า “เรือปืนพร้อมแล้ว” ความหวาดระแวงในคำเตือนที่ได้ยินมาเดิมเหมือนกับได้รับการยืนยันเขาจึงได้ “ปฏิบัติการทันที”

แต่ก็น่าสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มีใครซักถามเจียงไคเช็กต่อไปว่า เขารู้ล่วงหน้าได้อย่างไรในเรื่องเหล่านี้ จึงได้สั่งกองทหารในบังคับบัญชาให้ออกจู่โจมตามสถานที่ต่างๆ แทบจะในเวลาเดียวกัน

ซึ่งคำสั่งของเขาจะต้องออกล่วงหน้า

เฉพาะผู้ปฏิบัติงานการเมืองที่โรงเรียนนายทหารหวางผู่ซึ่งถูกจับตั้งแต่ก่อนย่ำรุ่งของคืนวันที่ 20 มีนาคมก็มีถึง 25 คนก็ถูกจับในคราวเดียวกัน และในนั้นรวมทั้งโจวเอินไหลด้วย

แถมตามถนนสายต่างๆ ของกว่างโจวก็มีทหารและตำรวจออกลาดตระเวนทั่วไป

เท่ากับเป็นการสร้างบรรยากาศของการปฏิวัติรัฐประหารที่ชาวเมืองกว่างโจวเคย ชินกัน แต่คราวนี้ไม่ทราบว่าเป็นการยึดอำนาจโดยขุนศึกคนไหนเท่านั้น

กระนั้น ที่แน่นอนอย่างที่สุดก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมาอย่างมากมาย

ไม่เพียงแต่โบโรดิน ตัวแทนคอมมิวนิสต์สากลจะต้องเผ่นไปปักกิ่งและเดินทางต่อไปยังมอสโกเท่านั้น หากวังจิงไวก็ต้องค่อยๆ ปล่อยวางอำนาจ ออกจากกว่างโจวและเดินทางไปพักรักษาตัวที่ยุโรป

จากนั้นที่ปรึกษาโซเวียตทั้งหมดก็ต้องเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้าน

บรรดาผู้นำคอมมิวนิสต์ต่างหลบลงใต้ดิน ขณะที่โจวเอินไหลถูกควบคุมตัว ถูกสอบปากคำระยะหนึ่งแล้วจึงได้รับการปล่อยตัว อีกหลายวันต่อมาเจียงไคเช็กก็ออกปากขอโทษ

จัดการปล่อยตัวบรรดาบุคคลที่ถูกจับกุมในคืนวันนั้น

แถมยังบอกด้วยว่า เรื่องราวทั้งหมดอันเกิดขึ้นครั้งนี้เป็น “ความเข้าใจผิด โดยแท้” ทั้งรับรองด้วยอีกว่านายทหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะต้องถูกตำหนิ “อย่างไม่ไว้หน้า”

แม้เรื่องจะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นสัญญาณ “เตือน” ล่วงหน้าในทางการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน