โชว์ผลงานตร.ไซเบอร์ – “สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่ออีฟ นะคะ คุณรับจ้างขนส่งสินค้าใช่ไหม จะว่าจ้างรถขนส่ง ปุ๋ยไปส่งสินค้าหน่อยค่ะ มีลูกค้าสั่งซื้อปุ๋ยจำนวนหลายตัน คุณช่วยจัดส่งให้ดิฉันหน่อยได้ไหมคิดค่าจ้างเท่าไร ดิฉันเป็นเจ้าของโรงงานปุ๋ย… อ้อ ขายไม่แพงคะราคากระสอบละ 300 บาท …” บทสนทนาที่ นายสมชาย ผู้ประกอบอาชีพขนส่งรายหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับในยามเช้าวันหนึ่ง ในการพูดคุยกันนั้น นายสมชายยังทราบอีกว่าราคาทุนของปุ๋ยที่โรงงานของเธอมีราคาเพียง 300 บาทต่อกระสอบ
วันเดียวกันก็มีโทรศัพท์จากหญิงอีกคนอ้างชื่อว่า หน่อย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอแห่งหนึ่ง แจ้งว่าตอนนี้มีปัญหาใหญ่เพราะปุ๋ยในคลังขาดหายไปจำนวนมาก ตนและเจ้านายกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก อยากให้ช่วยหาแหล่งซื้อปุ๋ยให้ด่วน โดยยินดีซื้อในราคากระสอบละ 400 บาท

พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. แถลงข่าว
นายสมชายซึ่งเป็นนักธุรกิจเห็นช่องทางทำเงินอยู่ตรงหน้า เมื่อมี ผู้เสนอขายสินค้าราคาทุน และมีผู้เสนอซื้อสินค้าราคาแพง ย่อมเห็นช่องทางทำกำไรจึงรับติดต่อจับแพะชนแกะระหว่าง “อีฟ” และ “หน่อย” ทันที
เมื่อติดต่อกลับไปที่ “อีฟ” เจ้าของโรงงานปุ๋ยก็ปรากฏว่าถูกเรียกมัดจำค่าสินค้าเป็นเงินหลักแสน นายสมชายไม่รอช้าโอนเงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ภายหลังเมื่อโอนเงินไปแล้ว ทั้ง “อีฟ” และ “หน่อย” ก็หายไปเป็นอากาศธาตุ ท้ายที่สุดจึงรู้ว่าถูกหลอก
เรื่องราวของนายสมชายอาจฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับผู้เสียหายจำนวนหนึ่งในจังหวัดต่างๆ แต่ก็ยังไม่สามารถสืบสวนจับกุมคนร้ายกับพวกได้
จนกระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ PCT (Police Cyber Taskforce) หรือ “ศปอส.ตร.” ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.เห็นว่าคดีดังกล่าวมีรูปแบบที่น่าสนใจ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.ภ.6/หน.ชุดเทคนิคและสืบสวน ชุดที่ 4 ศปอส.ตร.นำเรื่องไปตรวจสอบ

พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.ภ.6 แจงรายละเอียด
พล.ต.ต.ไตรรงค์ ไม่รอช้าเรียกประชุมทีมงาน โดยมี พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผบก.พฐก., พ.ต.อ. กฤตัช บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ทรงกลด เกริกกฤตยา รอง ผบก.สันติบาล 2, พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน รอง ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ร่วมกันวางแผนสืบสวนสอบสวน

ยึดรถของกลาง
หลังรวบรวมพยานหลักฐานมาระยะหนึ่ง พ.ต.อ.พัฒนา สงวนศักดิ์ ผกก.สอบสวน ภ.จว.นนทบุรี/ฝ่ายสอบสวนของทีมพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน แผนประทุษกรรมเดียวกันกับเรื่องเล่าดังกล่าวข้างต้น โดยปรากฏผู้เสียหายในท้องที่ต่างๆ กว่า 22 คดี ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
โดยพบว่าในคดีต่างๆ พนักงานสอบสวนแต่ละสถานีตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาเอากับคนร้ายในความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาการกระทำของคนร้ายจะเห็นว่าเป็นการกระทำด้วยบุคคลไม่กี่คน กระทำซ้ำๆ เป็นปกติธุระ เข้าลักษณะความผิดมูลฐานตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานกับสถานีตำรวจที่รับคำร้องทุกข์ในคดีต่างๆ ไว้เพื่อขออนุมัติหมายจับต่อศาล

น.ส.ปราณีจนมุม
ขณะที่การสืบสวน พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส. บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.นรวัตถ์ คำภิโล ผกก.2 บก.ปส.1 ได้ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้ายดังกล่าวโดยพบว่าคนร้ายได้ก่อเหตุ กว่า 22 คดี มีการใช้โทรศัพท์กว่า 15 หมายเลข และบัญชีธนาคารในการกระทำผิดนับ 10 บัญชี เมื่อไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดพบว่าพุ่งตรงมาที่ น.ส.ปราณี (สงวนนามสกุล)
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 64 ชุดจับกุมจึงจู่โจมเข้าจับ น.ส.ปราณีได้ที่หน้าคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่งย่านรัตนาธิเบศร์ พร้อมรถยนต์ป้ายแดงหนึ่งคัน ค้นพบทรัพย์สินเป็นทองคำแท่ง จำนวน 10 บาท และตั๋วจำนำทองน้ำหนัก 20 บาท สอบถามให้การรับว่า เงินที่ได้จากการกระทำผิดนอกจากจะเอามาใช้จ่ายชีวิตหรูหรา โดยเอามากินเที่ยวเลี้ยงแฟนสาวแล้ว ที่เหลือจะนำไปเล่นการพนันออนไลน์ซึ่งติดอย่างหนัก จากการตรวจสอบประวัติพบกระทำความผิดดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่ปี 58 แต่พอประกันตัวก็หลบหนีและมากระทำผิดซ้ำอีกวนไปเช่นนี้ จนกระทั่งถูกจับ
ทั้งนี้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ผอ.ศูนย์ PCT กล่าวทิ้งท้ายในการแถลงข่าวเมื่อจับกุมผู้ต้องหารายนี้เมื่อวันที่ 22 มี.ค.64 ว่า พบผู้เสียหาย เพิ่มอีกรวมกว่า 26 คดี ขอให้ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงด้วยแผน ประทุษกรรมดังกล่าวมาแจ้งความร้องทุกข์ หรือติดต่อมาทางศูนย์ PCT ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1599 หรือ 1155 หรือ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“ผมในฐานะ ผอ.ศูนย์ยินดีจะช่วยประสานงาน และดำเนินการกับผู้กระทำความผิด เพื่อติดตามยึดทรัพย์มาใช้คืนกับผู้เสียหายต่อไป” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์รับปาก
อดิศร จิตตเสวี
เรื่อง/ภาพ