ณ กาลปัจจุบันสุวรรณภูมิเฟส 2 – เสาร์ที่ผ่านมา ได้เริ่มต้นถ้อยคำในข้อเขียนเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิด้วยคำกล่าวของนิทานในสมัยเด็กว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” เพราะฉะนั้นในข้อเขียนเสาร์นี้ก็คงต้องกล่าวต่อว่า “ณ กาลปัจจุบัน”
กาลปัจจุบันคืออะไร ก็คือ เรื่องราวของการจะต่อขยายสนามบินสุวรรณภูมิที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่าให้การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ให้ต่อขยายอาคารผู้โดยสารไปทางทิศตะวันออกและ ทิศตะวันตกของอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน เพื่อให้เป็นไปตามแผนผังของโครงการสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งได้วางไว้แล้ว
(ซึ่งการขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารไปใน 2 ทิศทางดังกล่าว ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิจะรองรับความจุของ ผู้โดยสารที่ผ่านเข้าออกสนามบินได้อีกปีละ 30 ล้านคน รวมแล้วสนามบินจะรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมดปีละ 75 ล้านคน ตามแผนพัฒนาเดิมโดย ไม่ต้องไปสร้างอาคารผู้โดยสาร (ตัดแปะ) ด้านทิศเหนืออาคาร ผู้โดยสารเดิม)
โดยจะใช้เงินลงทุนในการขยายโครงการตามผังแม่บทเดิมนี้เพียง 16,000 ล้านบาท ย้ำ 16,000 ล้านบาท (ขณะที่ตัวอาคารผู้โดยสารตัดแปะต้องใช้งบประมาณถึง 42,000 ล้านบาท และรับผู้โดยสารได้เท่ากับ 30 ล้านคน ซึ่งทั้งหมดก็น่าจะสรุปได้ว่า การพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิจะต้องดำเนินไปตามผังแม่บทที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
ย้อนกลับมาที่คำเปิดหัวเรื่องก็คือ ณ กาลปัจจุบัน
มีอะไรเกิดขึ้นหรือ คำตอบก็คือในเย็นวันอังคารนั้นเอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ออกมาแถลงว่าการท่าอากาศยานจะดำเนินการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิไปตาม คำแนะนำของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และพร้อมที่จะลงทุนในโครงการอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือที่เรียกว่า “อาคารตัดแปะ” ไปด้วย เพราะมีเงินทุนพร้อม แล้วรวมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยไม่กล่าวถึงว่าจะทำตามผังแม่บทเดิมที่กำหนดให้มี
รวมทั้งไม่กล่าวถึงอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (ตรงข้ามกับอาคารผู้โดยสารเดิมด้านทิศเหนือ) ตามผังแม่บทเดิมที่วางไว้ เพื่อประโยชน์แห่งการระบายหรือลดความแออัดในการเข้าสนามบิน โดยเพิ่มทางเข้าออกที่เชื่อมถนนบางนา-ตราด ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางนั้นไว้แล้ว
และคำว่า ณ กาลปัจจุบันก็ต้องมีคำถามที่เป็นคำถามทางการเมืองการบริหารของคณะรัฐมนตรีหรือท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ
รัฐมนตรีคมนาคมแถลงนโยบายที่จะไม่ทำอะไรตามความเห็นของคณะรัฐมนตรีได้หรือ
รัฐมนตรีมหาดไทยไม่จำเป็นต้องฟังเสียง หรือดื้อดึงต่ออำนาจนายกรัฐมนตรีก็ได้
อันนำมาซึ่งการแปลความว่าแท้ที่จริงแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการประเทศอย่างแท้จริง หรือไม่อาจบังคับบัญชา ควบคุมการทำงานให้รัฐมนตรีของท่านปฏิบัติงานตามนโยบายที่ท่านให้ไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร
นั่นคือ นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศในเรื่องต่างๆ ไม่ได้แล้ว เพราะรัฐมนตรีในคณะของท่านไม่ฟังท่านแล้ว
ดังนั้น ณ กาลปัจจุบันจึงเป็น ณ กาลที่น่าเป็นห่วงประเทศ ประชาชน จริงๆ
นายช่าง