แลนด์มาร์กชาวล้านนา‘กว๊านพะเยา’ ถือเป็นสุดยอดแลนด์มาร์กเมืองพะเยา ตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.พะเยา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

คำว่า กว๊าน เป็นภาษาพื้นเมืองซึ่งหมายถึง หนองน้ำ หรือ บึงน้ำขนาดใหญ่ คำนี้มีใช้ในท้องถิ่นล้านนาเฉพาะที่ จ.พะเยาแห่งเดียว เท่านั้น

กว๊านพะเยาเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่รวบรวมลำห้วยต่างๆ ไว้มาก ถึง 18 สาย เป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่เป็นอันดับ 1 ในภาคเหนือ เป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน มีพันธุ์ปลา น้ำจืดกว่า 48 ชนิด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลากรายปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน และปลานิล

มีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นบึงน้ำ กว้างใหญ่สุดสายตา โอบล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม เมื่อหลายร้อยปี พื้นที่ในบริเวณกว๊านพะเยาเป็นชุมชนมีวัดวาอารามอยู่มากมาย ต่อมาเมื่อกรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำใน กว๊านพะเยาเพื่อกักเก็บน้ำ จึงทำให้บริเวณกว๊านพะเยาที่แต่เดิมเป็นชุมชนโบราณ และวัดหลายแห่งต้องจมอยู่ในกว๊านพะเยา

กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวพะเยา การ นำน้ำมาใช้ทั้งการอุปโภค การประมง และมีความสำคัญต่อชีวิตสัตว์น้ำที่อยู่ในกว๊านพะเยาอย่างมาก

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนกว๊านพะเยาคือการล่องเรือชมกว๊าน และล่องเรือไปนมัสการหลวงพ่อศิลากลางกว๊านพะเยา

หลวงพ่อศิลา เป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย อายุกว่า 500 ปี ค้นพบเมื่อปี 2526 ในบริเวณวัดติโลกอาราม ที่จมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดศรีอุโมงค์คำจนกระทั่งปี 2550 จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อศิลากลับไปประดิษฐานบริเวณที่เป็นที่ตั้งของวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือไปสักการบูชา และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ ของเมืองพะเยา

เมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 3 เดือน 6 และเดือน 8 ซึ่งตรงกับมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชาจะมีพิธีเวียนเทียนกลางน้ำในยามใกล้ค่ำ ชาวเมืองต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน ล่องเรือไปเวียนเทียนบูชาองค์หลวงพ่อศิลากลางน้ำ 3 รอบ กว๊านพะเยาในยามนี้จะงดงามด้วย แสงประทีปท่ามกลางสีสันของท้องฟ้าและผืนน้ำกว้างใหญ่ในวันพระจันทร์เต็มดวง เป็นอีกภาพหนึ่งที่น่าประทับใจ

ริมกว๊านยังมีร้านอาหาร สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์อัสดงในยามเย็น สีสันของท้องฟ้า ที่สวยงาม ทิวเขาเรียงรายสลับซับซ้อนและผืนน้ำอันเงียบสงบ ที่สะท้อนเงาของทิวเขาและพระอาทิตย์ตกดินช่างงดงามดังภาพวาด

กว๊านพะเยาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ของ จ.พะเยาที่ไม่ควรพลาด

ฝั่งตรงข้ามกว๊านพะเยา เป็นที่ตั้งของวัดสันป่าม่วง ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา จะเห็น ‘พระอุปคุต’ โดดเด่นเป็นสง่า

การก่อสร้างพระอุปคุต ใช้เวลาประมาณ 2 ปี คือตั้งแต่ ต้นปี 2561 จนขณะนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์ เปิดให้พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวเข้ามากราบสักการะ และชมความสวยงามแล้ว

พระอุปคุตองค์ดังกล่าวมีขนาดความกว้าง 12 เมตร สูง 17 เมตร ก่อสร้างในลักษณะปูนปั้น ซึ่งเป็นฝีมือช่างของชาวล้านนา ถือเป็น พระอุปทูตองค์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ

พระครูวินัยธร วราศักดิ์ ญาณวิชโย เจ้าอาวาสวัดสันป่าม่วง เจ้าคณะตำบล สันป่าม่วงกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการ จัดสร้างพระอุปคุตว่า สืบเนื่องจากในพื้นที่ จ.พะเยา มีกว๊านพะเยาถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เป็นเมืองแห่งน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ วัดสันป่าม่วงตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของกว๊านเปรียบเสมือนเป็นท้องมังกร และสังเกตเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวจีนมาทำบุญบ่อยครั้ง จึงได้สร้างพระอุปคุตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไว้เพื่อรักษาเมืองพะเยาและแผ่นดินไทย

ตามตำนานพระอุปคุตเป็นพระปราบมาร อีกทั้งยังบันดาลทรัพย์และโชคลาภความอุดมสมบูรณ์ให้กับผู้บูชาอีกด้วย และได้ให้ชื่อ พระอุปคุตนี้ว่า พระสมุทรเศรษฐีภากรณ์ (พระอุปคุตมหาลาภทันใจ)

พระอุปคุตของวัดสันป่าม่วงจะเป็นปรางค์ถือบาตร ซึ่งโดยปกติทั่วไปจะเป็นปรางค์ จกบาตรและจะหันหน้าสู่ท้องฟ้า แต่ที่นี่เนื่องจากพระอุปคุตหันหน้าเข้าสู่ด้านทิศ ตะวันตก ซึ่งหันหน้าสู่พระอุโบสถ จึงได้จัดสร้างในลักษณะที่พระอุปคุตถือดอกบัว เสมือนเป็นการที่พระอุปคุตนำดอกบัวเข้าบูชาพระพุทธเจ้า จึงมีลักษณะที่เป็นแบบหน้าตรง

ตรงฐานของพระอุปคุตมีรูปเต่าและปลา ซึ่งเต่าถือเป็นสัญลักษณ์ของอายุที่ยืนยาว ส่วนปลาจะแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ค้าขายคล่อง

ภายในวัดมีวิหารลายคำมีความงดงามตามแบบล้านนา เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าสะเดาะเคราะห์ ผู้คนมักมากราบไหว้ขอพรด้วยมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งสิ่งไม่ดีและทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น

วัดสันป่าม่วงจึงจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจ.พะเยา ที่เป็นการท่องเที่ยวทำบุญตามรอยพุทธศาสนา

สุรชัย ศรีชัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน