เอ่ยถาม ธรณี อันไร้ขอบเขต (47) – อย่าได้แปลกใจไปเลยหาก จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ จะอ้างข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเหมา กับโบโรดิน หัวหน้าคณะที่ปรึกษาจากโคมินเทิร์นและคอมมิวนิสต์คนอื่นๆ
เป็นข้อมูลจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 1924 ที่ว่า
“ถ้าเราขืนดิ้นรนต่อสู้กับพวกเจ้าที่ดินรายใหญ่ เราก็จะพบกับความพ่ายแพ้ (ในบางท้องที่และคอมมิวนิสต์บางคน) ทำการรวบรวมกลุ่มชาวนาที่ไม่รู้หนังสือก่อนเป็น อันดับแรก
จากนั้นก็ชักนำให้พวกเขาลุกขึ้นต่อสู้กับคนที่ค่อนข้างร่ำรวยและเจ้าของที่ดินรายใหญ่
แล้วผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร องค์กรต่างๆ ของเรามีอันแตกพ่าย แล้วก็ถูกระงับทันที และชาวนาพวกนี้ก็ ไม่ใช่แค่มองไม่เห็น หัวเราะว่าเราต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเองเท่านั้นแต่ยังเกลียดชังเราด้วย
โดยหากเราไม่ปลุกระดมพวกเขา พวกเขาก็คงไม่พบกับเรื่องหายนะและความทุกข์เข็ญเช่นนี้
เพราะฉะนั้น ตราบใดที่เรายังไม่มั่นใจว่า สาขาระดับรากหญ้าของเราเข้มแข็งพอเราก็ไม่สามารถใช้ นโยบายขั้นรุนแรงสู้กับพวกเจ้าของที่ดินที่ร่ำรวยได้”
เหมาคำนึงสภาพความเป็นจริงของเหตุการณ์ เป็นบทสรุปของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์
มีคอมมิวนิสต์คนหนึ่งชื่อ หวางเซียนจง อยู่ในเขตของเหมา ปลุกระดมชาวนาให้ลุกขึ้นมารวมตัวเพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ในระหว่างเหมาไปอยู่เสาซาน เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรและถูกจับกุม
อีกทั้งยังถูกทรมานและถูกตัดหัวโดยตำรวจท้องถิ่น
เหมาตัดสินใจอย่างรอบคอบว่า จะอยู่ให้ห่างจากการกระทำเรื่องที่เป็นอันตรายและไร้ประโยชน์เช่นนี้ แต่พวกเจ้าหน้าที่ในหูหนานยังคงจับตามองเขาอย่างสงสัย
เพราะเขาขึ้นชื่อว่าเป็นพวกหัวเอียงซ้ายคนสำคัญ
ฤดูร้อนปีนี้นเกิดภัยแล้ง และพวกชาวนาก็ใช้กำลังขัดขวางไม่ให้คนร่ำรวยส่งข้าวไปขายในเมืองน้อยใหญ่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้งในอดีต
เหมาต้องสงสัยว่าเป็นผู้ปลุกระดม
ขณะที่ในฉางซาอันเป็นเมืองหลวงของมณฑลหูหนานมีการเดินขบวน “ต่อต้านจักรวรรดินิยม”ครั้งใหญ่หลังจากที่เกิดเหตุตำรวจอังกฤษยิงผู้ประท้วงตายไป 10 คน
ในเขตสัมปทานที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม
แม้เหมาจะไม่ได้มีบทบาทใดๆ ในการเดินขบวนที่ฉางซาและใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่ที่บ้าน แต่เขาก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวยุยง และความเชื่อเช่นนี้ก็ไปปรากฏอยู่ในบรรทัดแรกๆ ของบันทึกเอกสารสหรัฐอเมริกา
สถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในฉางซาได้จัดการส่งรายงานวันที่ 25 มิถุนายน 1925
“การก่อกวนของบอลเชวิค”ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยเลยในจีนไปให้วอชิงตัน ความว่า ผู้ว่าการมณฑลหูหนาน “ได้รับรายชื่อผู้นำการปลุกระดมรวม 20 คน รวมทั้งเหมาเจ๋อตง
ที่รู้กันดีว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์ที่นี่”
ชื่อของเหมาจึงเป็นที่รู้จักสำหรับคนอเมริกัน (ที่ได้รับข่าวสารไปอย่างผิดๆ) ดังนั้น จึงมีการออกหมายจับในตอนปลายเดือนสิงหาคม 1925 เหมาซึ่งกำลังจะออกเดินทางไปกว่างตงอยู่แล้ว
จึงตัดสินใจหนีโดยเข้าไปในเกี้ยวมุ่งหน้าไปฉางซาก่อนเป็นอันดับแรก
และสั่งคนหามเกี้ยวว่า ถ้ามีคนถามว่าผู้โดยสารเป็นใครให้ตอบว่าพาหมอคนหนึ่งมา หลายวันถัดมา ทหารกองหนุน 2-3 คนก็ปรากฏขึ้นที่เสาซานเพื่อตามหาเหมา แต่พอรู้ว่าเหมาหายตัวไป
ทหารพวกนั้นก็หยิบเงินบางส่วนแล้วจากไป
ก่อนหน้าที่จะออกจากฉางซามุ่งหน้าไปยังกว่างตงในเดือนสิงหาคม 1925 จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ระบุด้วยว่า เหมาเดินเล่นไปตามริมฝั่งแม่น้ำเซียงและเขียนโคลงบทหนึ่งออกมา
สำนวนแปล อายุรี ชีวรุโรทัย ถอดออกมาได้ดังนี้
อินทรีเหินสู่นภากว้างใหญ่ / มวลมัจฉาแหวกว่าย เลียบไปตามท้องน้ำตื้นเขิน / ใต้แผ่นฟ้าหม่นมัว สรรพสัตว์นับหมื่นต่างแก่งแย่ง ไขว่คว้าปณิธานแห่งตน / ความกว้างใหญ่ไพศาลนั้นจับใจนัก
ข้าเอ่ยถามธรณีอันไร้ขอบเขตว่า ที่สุดแล้วใครหนอจะเป็นนายของเจ้า
จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ อ่านแล้วจึงตีความออกมาว่า แรงสังหรณ์ของเหมาไม่ผิดพลาด ภายใน 2 อาทิตย์ที่มาถึงกว่างตง หัวน้าพรรคก๊กมินตั๋งก็มอบอำนาจให้เหมาดูแลงานสำคัญหลายประการ
คำว่า “หัวหน้า” ตรงนี้ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ น่าจะหมายถึง “วังจิงไว”