เรือธง‘วันพลัส9โปร’ – วันพลัส 9 โปร เรือธงปีนี้จากค่ายดาวรุ่ง ประเทศจีน จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ท้าชนกับเรือธงค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ซัมซุง แห่งเกาหลีใต้ และแอปเปิ้ล แห่งสหรัฐอเมริกา ตัวเครื่อง จึงออกแบบและพัฒนามาอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล่าสุด
เว็บไซต์รีวิวสินค้าไอที แอนดรอยด์อูธอริตี ถ่ายทอดประสบการณ์มาแบ่งปันกันสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเรือธงทางเลือกอื่นๆ

ค่ายวันพลัส ระบุว่า วันพลัส 9 โปร (OnePlus 9 Pro) เป็นสมาร์ตโฟน ระดับพรีเมียมแบบ จัดเต็มจากทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ จอภาพ และราคา เทียบชั้นกับอย่าง ซัมซุง กาแล็กซี เอส 21 ซีรีส์ และแอปเปิ้ล ไอโฟน 12
ถือเป็นการเปิดศักราชการบุกตลาดพรีเมียมอย่างเป็นทางการของรุ่นโปร ต่อจากตลาดราคาประหยัด
เริ่มต้นที่งานออกแบบภายนอกทางค่ายวันพลัสใช้วัสดุสำหรับ วันพลัส 9 โปร เป็น กระจก Gorilla Glass 5 ประกบหน้าและหลัง ขอบเป็นอะลูมิเนียมมันวาว แลดูเรียบหรูสะอาดตา เรียกว่ากลับ ไปใช้การออกแบบสมัยรุ่นแรกๆ ซึ่งเคยเป็นที่นิยมและของบรรดาสาวก คือ Burdenless design แต่น่าเสียดายอยู่ตรงที่ไม่ได้ใช้ วัสดุกระจกอย่าง Gorilla Glass Victus รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือนกันเรือธงของทางซัมซุง
ตัวเครื่องมีขนาดกว้าง 73.6 ยาว 163.2 และหนา 8.7 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 197 กรัม โดยบริเวณขอบที่สัมผัสเมื่อถือไว้ในมือนั้นจะบางถึง 2.2 ม.ม. ทอดตัวยาวและหนาขึ้นเรื่อยๆ จากกลางไปยังหัวและท้ายของเครื่อง ควบรวมกับกระจกแล้วพบว่า การถือต้องใช้ความระมัดระวังเพราะค่อนข้างลื่น แนะนำว่า ควรหาเคสมาใส่ให้เรียบร้อย แต่พบว่าความรู้สึกนั้นนุ่มนวลสบายมือ ไม่รู้สึกว่ามีส่วนไหนคมเกินไป

สําหรับสีที่ได้มาทดลองใช้ เป็นสีครามหมอก มอร์นิง มิสต์ (หมอกยามเช้า) มีลักษณะการไล่สีตั้งแต่สีดำท้ายเครื่องและค่อยๆ จางลงไปเป็นสีคราม และขาวหมอกบริเวณหัวเครื่อง ถือว่ามีความงดงามสามารถประชันโฉมได้อย่างไม่น้อยหน้าสมาร์ตโฟนที่ได้รับคำชื่นชมว่าสวยงามอย่าง ออปโป้ ฟายด์ เอ็กซ์ 3 โปร (Oppo Find X3 Pro) ส่วนสีอื่น ได้แก่ สีเขียวต้นสน ไพน์ กรีน และ สีดำประกาย สเตลลาส แบล็ก
นอกจากนี้ โมดูลกล้องของ วันพลัส 9 โปร ยังได้รับการออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับสีของเครื่องและไม่ยื่นออกมามากเท่ากับ กาแล็กซี เอส 21 อัลตรา จากซัมซุง ขณะที่การจัดวางตำแหน่งเลนส์ก็ทำได้สวยงามสมดุลด้วย
การออกแบบอื่นๆ อีกหลายอย่างที่วันพลัสนำของเดิมมา เช่น ปุ่มเลื่อน Alert Slider ที่ขอบขวา เหนือปุ่มเพาเวอร์ มีไว้สำหรับการเลือกโหมดเสียง ได้แก่ เงียบ สั่นเตือน และริงโทนเตือน ได้อย่างรวดเร็ว เพียงเลื่อนขึ้น ค้างไว้ตรงกลาง หรือเลื่อนลง ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของมือถือค่ายนี้ ขณะที่ขอบซ้ายนั้นเป็นที่อยู่ของปุ่มปรับระดับเสียง (หันจอเข้าหาผู้ใช้) ส่วนที่สันท้ายเครื่องมีช่อง USB-C สำหรับชาร์จแบตฯ และส่งผ่านข้อมูล พร้อมลำโพงสเตอริโอ แต่ไม่มีช่องหูฟัง และไม่รองรับ microSD
แต่เสียงจากลำโพง 2 ตัวนั้นไม่ค่อยสมดุล เพราะลำโพงที่สันด้านล่างนั้นเสียงดังกว่า ตัวบน ขณะที่โทนเสียงนั้นค่อนข้างบาง โดยเฉพาะเบสที่แทบไม่มีตัวตนอยู่ ยังดีที่รุ่นนี้มีระบบ Dolby Atmos สำหรับผู้นิยมฟังเพลงจากหูฟัง

ด้านการรักษาความปลอดภัย มีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือภายในจอภาพทำงานได้ว่องไวและแม่นยำน่าประทับใจมาก แต่วางตำแหน่งค่อนข้างต่ำไปเล็กน้อย ทั้งหมดนี้มาภายใต้คุณภาพการประกอบที่แน่นหนารับรองด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ต้องมีในบรรดามือถือพรีเมียมทั้งหลายแหล่
จอภาพของวันพลัส 9 โปร มีขนาด 6.7 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี LTPO AMOLED ซึ่งทำให้จอสามารถรองรับภาพความถี่ตั้งแต่ 1 ถึง 120 เฮิร์ตซ์ (Hz) ได้ ทำให้ภาพเคลื่อนไหวแลดูนุ่มลื่นตา ความละเอียดสูงสุด 1440 x 3216 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 525 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) ความสว่างสูงสุด 1,300 นิต สนับสนุนภาพ HDR10 ด้วยอัตราส่วนภาพ 20:9 บนพื้นที่จอภาพต่อตัวเครื่องร้อยละ 90.3 มีความไวการตอบสนองต่อสัมผัสถึง 360 Hz เรียกว่า ไฮเปอร์ ทัช หมายความว่า มีความเป็นเกมมิ่งโฟน กล่าวคือ ออกแบบมาเพื่อเหมาะแก่การเล่นเกม
ขณะที่การรับชมภาพยนตร์ HDR จากแอพพลิเคชั่น Netflix นั้นน่าประทับใจไม่แพ้เรือธงอื่นอย่าง ซัมซุง กาแล็กซี เอส 21 อัลตรา และเสียวหมี่ หมี่ 11 นอกจากนี้ วันพลัสยังระบุว่า ความถี่สูงของจอที่ 120 Hz นั้นยังกินไฟน้อยลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับจอความถี่เดียวกันของแบรนด์อื่นด้วย โดยทางค่ายเรียกจอภาพนี้ว่า ฟลูอิด ดิสเพลย์ 2.0 ถือว่าเป็นจอภาพระดับเรือธงจริงๆ

การทดสอบเบนช์มาร์กผ่านแอพพลิเคชั่น Geekbench 5 พบว่า ได้คะแนนประมวลผลคอร์เดียวของซีพียู 5,036 แต้ม และหลายคอร์อยู่ที่ 14,371 แต้ม และแอพฯ 3DMark ผ่านชุดทดสอบ Wild Life ได้คะแนนถึง 5,687 แต้ม เรียกว่า ประสิทธิภาพนั้นเหลือกิน เพราะอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ ดียิ่งกว่าซัมซุง กาแล็กซี เอส 21 อัลตรา รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบหายห่วงแน่นอน ขณะที่การทดสอบเล่นเกมอย่าง Asphalt 9 และ Fortnite เล่นได้อย่างลื่นไหลว่องไว
แบตฯ ของวันพลัส 9 โปร มีขนาด 4,500 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) แม้ทางค่ายวันพลัส ระบุว่า ประสบความสำเร็จในการพัฒนาให้มือถือรุ่นนี้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน แต่จากการทดสอบกลับพบว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ภายในเครื่องประกอบด้วยแบตฯ 2 ก้อน ได้แก่ ความจุ 2,250 จำนวน 2 ก้อน หากตั้งค่าความละเอียด Full HD+ และความถี่อัตโนมัติ 120 Hz พบว่า เครื่องเกือบจะไม่สามารถใช้งานได้เต็มวัน ทั้งๆ ที่เป็นการใช้งานทั่วไป อาทิ โซเชี่ยลมีเดีย และเล่นอินเตอร์เน็ต โดยหากเล่นเกมสักประมาณ 30 นาที เครื่องก็จะไม่สามารถอยู่ได้เต็มวันแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อปรับความถี่จอภาพลงมาที่ 60 Hz พบว่าระยะเวลาการใช้งานนั้นดีมาก เครื่องใช้งานได้นานถึง 1 วันครึ่ง ถือเป็นหนึ่งในข้อด้อยของมือถือรุ่นนี้ แต่ทางวันพลัสพยายามชดเชยจุดนี้ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จไว Warp Charge 65T ซึ่งชาร์จเจอร์นั้น แถมมากับเครื่อง สามารถชาร์จจากศูนย์ถึง ร้อยละ 75 ได้ในเวลาเพียง 25 นาที และชาร์จเต็มใน 29 นาที
ระบบชาร์จไร้สายยังรองรับถึง 50 วัตต์ (W) แต่ผู้ใช้ต้องซื้อแท่นชาร์จพิเศษกำลัง 50 W ของวันพลัสต่างหาก สามารถชาร์จจากศูนย์ถึงร้อยละ 70 ได้ภายใน 30 นาที และชาร์จเต็มภายใน 50 นาที ถือว่าน่าประทับใจมาก แต่ผู้ใช้ต้องระวังเวลาซื้อแท่นชาร์จไร้สาย เพราะส่วนใหญ่ทั่วไปนั้นมีกำลังไฟอยู่ที่ 15 W เท่านั้น
ส่วนอีกฟีเจอร์อย่างการชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์อื่น (reverse charging) ก็ทำได้ แต่มีกำลังไฟอยู่ที่เพียง 5 W ถือว่าทัดเทียมกับเรือธงคู่แข่งอื่น

การถ่ายภาพถือเป็นหนึ่งในจุดใหญ่ที่ทางวันพลัสปรับใหญ่มาใหม่ เป็นความร่วมมือกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพชื่อดังจาก ฮัซเซนแบลด ประเทศสวีเดน ส่งผลให้เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบต่อต้านการสั่นสะเทือนทั้งแบบ OIS และ EIS ให้ภาพที่มีความคมชัดมาก และสีที่มีความสมจริง
พร้อมไดนามิกเรนจ์ที่น่าตื่นตา ผ่านเซ็นเซอร์ภาพ IMX789 จากค่ายโซนี่ ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน เช่นเดียวกันกับภาพถ่ายในที่ แสงน้อย ยังให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยม แต่อาจแลเห็นบางจุดที่คมชัดเกินจริง
เลนส์วายความละเอียด 50 ล้านพิกเซลของวันพลัส 9 โปร นั้นใช้เซ็นเซอร์ IMX766 ของโซนี่ ให้คุณภาพได้ทัดเทียมกับกล้องของ ออปโป้ ฟายด์ เอ็กซ์ 3 โปร แต่มีความพิเศษตรงที่ภาพจากเลนส์วายนั้นไม่มีการบิดบริเวณขอบ โดยลดลงได้ถึงร้อยละ 99 ตามที่วันพลัสโฆษณาเอาไว้ว่าใช้การออกแบบความโค้งแบบพิเศษของเลนส์เพื่อคงความเข้มข้นของแสงทำให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าวออกมา
แม้สีที่ได้ออกมาอาจไม่สมจริงเท่ากับเลนส์หลัก แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอดเยี่ยมแล้วสำหรับเลนส์วาย

ถัดมาเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ (เลนส์ซูม) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถซูมแท้ได้ 3.3 เท่า และซูมดิจิตอลได้ 30 เท่า แน่นอนว่าคุณภาพของการซูมดิจิตอลนั้นไม่ดี ส่วนซูมแท้นั้นสวยงามชัดเจนอยู่ในเกณฑ์ดี เช่นเดียวกันกับ กล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขณะที่การถ่ายภาพแบบโบเก้นั้นทำได้ยอดเยี่ยม แยกขอบวัตถุตรงหน้าออกจากฉากหลังได้เยี่ยมส่วนการถ่ายคลิปนั้นได้สูงสุดถึง 8K@30fps และ 4K@120fps ให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยม และเสียงที่ดังฟังชัด
เอริก ซีแมน ผู้ทดสอบสรุปว่า วันพลัส 9 โปร เป็นเรือธงที่ท้าชนคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง และแอปเปิ้ลได้อย่างทัดเทียม แม้จะมีข้อด้อยด้านแบตฯ แต่ด้วยราคาเริ่มต้น 27,000 บาท ถือว่าเป็นม้าตัวใหม่ที่น่ากลัวเลยทีเดียว
จันท์เกษม รุณภัย