ราชันปะทะแข้งหงส์แดงชปล. – ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เริ่มต้นรอบก่อนรองชนะเลิศ เรอัล มาดริด จะเปิดบ้านพบคู่ปรับอันตรายอย่างลิเวอร์พูล ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมดวลแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมไหนจะเป็นฝ่ายได้เฮในเกมแรกนี้บ้าง มารอลุ้นกัน

วันอังคารที่ 6 เมษายน 2564

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้-โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ – “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี

ในรอบแบ่งกลุ่ม แมนฯ ซิตี้ได้แชมป์กลุ่มซีที่มีคู่แข่งอย่างปอร์โต, โอลิมเปียกอส, โอลิมปิก มาร์กเซย ทำผลงานชนะ 5 เสมอ 1 เก็บไป 16 คะแนน

โดยแมนฯ ซิตี้ชนะปอร์โต 3-1 (เหย้า), ชนะมาร์กเซย 3-0 (เยือน), ชนะโอลิม เปียกอส 3-0 (เหย้า), ชนะโอลิมเปียกอส 1-0 (เยือน), เสมอปอร์โต 0-0 (เยือน), ชนะมาร์กเซย 3-0 (เหย้า)

ทางด้านดอร์ตมุนด์ได้แชมป์กลุ่มเอฟ ที่มีคู่แข่งอย่างลาซิโอ, คลับ บรูช, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 13 คะแนน

โดยดอร์ตมุนด์แพ้ลาซิโอ 1-3 (เยือน), ชนะเซนิตฯ 2-0 (เหย้า), ชนะคลับ บรูช 3-0 (เยือน), ชนะคลับ บรูช 3-0 (เหย้า), เสมอลาซิโอ 1-1 (เหย้า), ชนะเซนิตฯ 2-1 (เยือน)

จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนฯ ซิตี้ชนะมึนเชนกลัดบักด้วยผลรวม 4-0 ส่วนดอร์ตมุนด์ชนะเซบีญา 5-4

เกมนี้แมนฯ ซิตี้คงนำโดย เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, อิลคาย กุนโดกัน ขณะที่ดอร์ตมุนด์น่าจะใช้งาน เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์, มาร์โก รอยส์, ธอร์กาน อาซาร์

แมนฯ ซิตี้ตอนนี้กำลังเล่นด้วยความมั่นใจเต็มสูบ แถมดอร์ตมุนด์ก็อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างง่อนแง่น มองแล้วเจ้าบ้านไม่น่าพลาดชัย

เรอัล มาดริด-ลิเวอร์พูล – “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ

ในรอบแบ่งกลุ่ม มาดริดคว้าแชมป์กลุ่มบี ที่มีคู่แข่งอย่างโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก, ชักตาร์ โดเน็ตส์ก, อินเตอร์ มิลาน ทำผลงานชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 เก็บได้ 10 คะแนน

โดยมาดริดแพ้ชักตาร์ 2-3 (เหย้า), เสมอมึนเชนกลัดบัก 2-2 (เยือน), ชนะอินเตอร์ 3-2 (เหย้า), ชนะอินเตอร์ 2-0 (เยือน), แพ้ ชักตาร์ 0-2 (เยือน), ชนะมึนเชนกลัดบัก 2-0 (เหย้า)

ด้านลิเวอร์พูลได้แชมป์กลุ่มดี ที่มีคู่แข่งอย่างอตาลันตา, อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และมิดทิลลันด์ ทำผลงานชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บไป 13 คะแนน

โดยลิเวอร์พูลชนะอาแจ็กซ์ 1-0 (เยือน), ชนะมิดทิลลันด์ 2-0 (เหย้า), ชนะอตาลันตา 5-0 (เยือน), แพ้อตาลันตา 0-2 (เหย้า), ชนะอาแจ็กซ์ 1-0 (เหย้า), เสมอมิดทิลลันด์ 1-1 (เยือน)

จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย มาดริดชนะอตาลันตา ด้วยผลรวม 4-1 ขณะที่ลิเวอร์พูลชนะไลป์ซิก 4-0

แมตช์นี้มาดริดคงวางหมาก 3-3-2-2 ธิโบต์ กูร์กตัวส์ : นาโช เฟร์นานเดซ, ราฟาเอล วาราน, แฟร์กลองด์ เมนดี : ลูกัส บาซเกซ, เฟเดริโก บัลเบร์เด, มาร์เซโล : ลูกา โมดริช, โทนี โครส : วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซมา

ส่วนลิเวอร์พูลน่าจะใช้ระบบ 4-3-3 อลิสสัน เบ็กเกอร์ : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, โอซาน คาบัก, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : ติอาโก อัลคันตารา, ฟาบินโญ, จอร์จินโย ไวนัลดุม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก โชตา, ซาดิโอ มาเน

ทั้งคู่ต่างมีปัญหาเรื่องสภาพทีม แต่ดูแล้วมาดริดต้องปรับจูนเยอะกว่า ขณะที่ลิเวอร์พูลเหมือนจะชินกับสถานการณ์นี้ไปแล้ว ยังเชื่อว่า “หงส์แดง” ดีพอจะไม่แพ้เกมนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน