พท.ชี้‘ปู’ชนะคดีข้าว-ย้ำหลักทำงาน – เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.2559 ที่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนราว 3.5 หมื่นล้าบาท จากโครงการรับจำนำข้าวว่า หากวิเคราะห์คำพิพากษา พอจะสรุปความได้ชัด เช่น 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องดำเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ไม่มีอำนาจยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวได้
2.น.ส.ยิ่งลักษณ์มีอำนาจหน้าที่เพียงกำกับดูแลนโยบายในระดับมหภาค ไม่อาจรับรู้รับทราบข้อมูลการปกปิด ข้อเท็จจริง และการกระทำผิดในระดับปฏิบัติได้ 3.น.ส. ยิ่งลักษณ์ มิได้เพิกเฉยละเลย และได้ป้องกันยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวตามสมควรแก่วิสัยและพฤติการณ์แล้ว
4.กรณีหนังสือแจ้งจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.ยิ่งลักษณ์มีหน้าที่ควบคุมกำกับเชิงนโยบาย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลตามอำนาจหน้าที่แล้ว และหนังสือดังกล่าวมิใช่เป็นคำสั่งทางปกครองที่นายกฯ ต้องปฏิบัติตาม 5.คำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดใช้ในคดีจำนำข้าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากสรุปความโดยเฉพาะข้อ 1-4 ได้ขีดเส้นแบ่งชัดๆ ระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำบรรทัดฐาน และหลักปฏิบัติในการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคการเมืองมีหน้าที่ออกแบบนโยบาย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ ถ้าชนะการ เลือกตั้ง ก็แถลงต่อสภา เพื่อเอาไปบริหารประเทศ หากเป็นนโยบายที่ล้มเหลว ทำประชาชนลำบากยากจน ความรับผิดก็ควรถูกสะท้อนผ่านการเลือกตั้งครั้งต่อไป เป็นผู้แพ้ในสนามเลือกตั้ง นี่คือกลไกการตรวจสอบตนเองในระบอบประชาธิปไตย
ส่วนการดำเนินนโยบาย ฝ่ายนโยบายมีหน้าที่วางกลไกเพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ลงไปยืนเฝ้าทุกรายละเอียด ทุกหน่วยงานในระดับปฏิบัติ นี่เป็นการตอกย้ำ การขีดเส้นแบ่งชัดๆ ระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ ที่น่าจะเป็นคุณต่อประเทศในระยะยาว และทำให้เราไม่ต้องสูญเสียนโยบายดีๆ และโอกาสดีๆ ของประเทศไปอีก