โควิดระลอกใหม่กระทบ5หมื่นล้าน
เชื่อมั่นศก.ภาพรวมวูบหนักทั้งรายได้-กังวลตกงาน
หอการค้าไทยชี้การแพร่ระบาดย่านทองหล่อ ทำให้การบริโภคของประชาชนภาพรวมหายราว 3-5 หมื่นล้านบาท หวังให้รัฐควบคุมให้ได้ 1-2 เดือนจากนี้ ส่วนผลสำรวจความเชื่อมั่นด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจโดยรวม โอกาสหางานทำ รายได้ในอนาคต อยู่ในระดับต่ำทั้งหมดเพราะกังวลปัญหาเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค. 2564 โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,249 คน พบว่าอยู่ที่ระดับ 48.5 ปรับตัวลดลง
แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหาการเมืองที่ยังไม่นิ่ง
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 42.5 จาก 43.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 45.3 จาก 46.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ ในอนาคต อยู่ที่ 57.7 จาก 58.7 การซื้อรถคันใหม่ อยู่ที่ 46.2 การซื้อบ้านหลังใหม่ อยู่ที่ 29.9 การใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว อยู่ที่ 40.8 การลงทุนธุรกิจ อยู่ที่ 19.7 โดยส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ
ปัจจัยลบที่สำคัญได้แก่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศให้งดกิจกรรมสาดน้ำ ประแป้ง และปาร์ตี้โฟมทุกพื้นที่ในช่วงสงกรานต์ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว และบริการต่างๆปัจจัยบวกได้แก่ภาครัฐดำเนินมาตรการเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งมีการแพร่เชื้อที่รวดเร็ว ส่งผลให้การจับจ่าย การบริโภคในภาพรวมของผู้บริโภคจะลดลง 5-10% หรือมูลค่าใช้จ่ายที่หายไปประมาณ 30,000-50,000 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนกังวลมากขึ้น ชะลอการใช้จ่าย และท่องเที่ยว โดยคาดหวังว่าจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ จะสามารถควบคุมได้ภายใน 1-2 เดือนจากนี้