เล่ห์เหลี่ยมกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างจัดการได้เพียงใช้แอพฯในมือถือ บางครั้งวิธีการง่ายๆ ไม่ซับซ้อนก็สร้างความเสียหายได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ

ย้อนไปเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นิธิธร จิตกานนท์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ชัยต์พจน สุวรรณรักษ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ ปรก.รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต. ภานุมาศ บุญญลักษม์ ปรก.รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผบก.ภ.จว.นครนายก รรท.ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ หมื่นกล้าหาญ รอง ผบก.อก.ภ.2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันแถลงข่าวหลอกซื้อรถยนต์ MG รวมทั้งหมด 16 คัน

2 ผัวเมียยังปฏิเสธ

สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจนครบาล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางบริษัทเบสออโตเซลล์ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี สาขาเพชรเกษม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายประกอบด้วย นายองอาจ ทรัพย์มั่น อายุ 24 ปี ซึ่งได้ติดต่อขอซื้อรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี จากพนักงานขายของบริษัท รวม 18 คัน โดยมี น.ส.ณัฐฐนันท์ อิทธิพร อายุ 43 ปี แฟนสาวเป็นผู้ส่งสลิปการโอนเงินค่าซื้อรถยนต์จำนวนดังกล่าวให้กับทางบริษัท เป็นจำนวนเงินประมาณ 16 ล้าน 2 แสนบาท

รถของกลาง

ต่อมาทางบริษัทได้ทยอยส่งมอบรถยนต์ให้กับนายองอาจไปแล้ว จำนวน 16 คัน เหลืออีก 2 คัน แต่ทางบริษัทได้ตรวจสอบยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีของบริษัท พบว่ามียอดเงินโอนเข้ามาจริงเพียงจำนวน 1 บาทเท่านั้น ไม่ตรงตามสลิปที่ น.ส.ณัฐฐนันท์ ส่งหลักฐานมาให้ทางบริษัทดู เชื่อว่าได้ถูกทั้งสองคนร่วมกันหลอกลวงโดยการปลอมแปลงสลิป จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและติดตามรถยนต์ทั้งหมด

ตํารวจภูธรภาค 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของตำรวจนครบาล ระดมกำลังสืบสวนติดตามรถยนต์ทั้ง 16 คัน โดยทางบริษัทได้ใช้ระบบไอสมาร์ตติดตามหารถทั้งหมดก่อนแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่จนสามารถตรวจยึดรถยนต์ทั้งหมดได้ในเขตพื้นที่ กทม.จำนวน 5 คัน, ภ.จว.สระแก้ว จำนวน 1 คัน, ภ.จว.ปราจีนบุรี จำนวน 1 คัน ในเขตพื้นที่ ภ.จว.ชลบุรี สามารถตรวจยึดได้ที่เขต สภ.นาจอมเทียน จำนวน 2 คัน, สภ.บางละมุง จำนวน 3 คัน และสภ.สัตหีบ จำนวน 4 คัน รวมได้รถยนต์คืนครบทั้งหมด 16 คันภายในวันเดียว

โดยในจำนวนนี้ 1 คันทางผู้ต้องหาให้บริษัทนำไปส่งให้กับพ่อของตนเอง อ้างกับพ่อว่าซื้อให้เป็นของขวัญ สำหรับรถที่หลอกซื้อมาคาดว่าจะเอามาประกาศขายต่อทางออนไลน์ในราคาถูก อีกส่วนหนึ่งก็จะนำข้ามแดนที่ชายแดนประเทศกัมพูชา จ.สระแก้ว เพื่อส่งขายต่อให้กับนายทุนประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากรถยี่ห้อนี้กำลังเป็นที่นิยมในประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายองอาจ และน.ส.ณัฐฐนันท์ มีหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.100/2564 และ จ.101/2564 ข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอมนำเข้าข้อมูล สู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยทุจริต หรือฉ้อโกงทรัพย์” ขณะนี้ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัวนายองอาจ และน.ส.ณัฐฐนันท์มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

แผนผังคดี

ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.ท.สุชาติ มานะการ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา ก็สามารถจับตัวนาย องอาจและน.ส.ณัฐฐนันท์ได้แต่ทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแต่ อย่างใด หากกระทำจริงทางบริษัทต้องมีการตรวจเช็กตั้งแต่คันแรกที่ซื้อมา แต่เพราะเหตุใดจึงซื้อมาได้ถึง 16 คัน

นายองอาจอ้างอีกว่าได้ติดต่อไปยังบริษัทแล้วทางบริษัทแจ้งว่าไม่ได้แจ้งความแต่อย่างใด ตนเองก็ได้ชี้แจงว่าขอแสดงความบริสุทธิ์ให้กับตนเอง แต่กลับมาถูกจับกุมเสียก่อน แต่หลังจากมีกระแสข่าวออกไปแล้วทำให้ถูกสังคมประณาม จากนี้หากพิสูจน์แล้วว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ จะฟ้องกลับกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

คดีเก่ายังไม่เคลียร์ มาเจอคดีใหม่อีก พฤติกรรมการก่อเหตุก็ เหมือนกันเป๊ะ ผัวเมียคู่นี้คงต้องพิสูจน์กันนานหน่อย

อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน