ซัดแรมโบ้ขวางสอบงบรัฐ – วันที่ 15 เม.ย. นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน คณะกรรมการนโยายและแผนงาน พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ขาดความเข้าใจว่าประชาชนทุกคน ไม่ว่าพรรคใหม่หรือไม่ก็ตาม ในระบอบประชาธิปไตยต่างมีสิทธิ์ตั้งคำถามและร่วม ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ 40,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลกู้มารับมือโควิด-19 หายไปไหน นำไปใช้อะไรบ้าง ปล่อยปละละเลยให้เกิดการระบาดในรอบ 3 ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่แสดงความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณต่อผู้เสียภาษี มิเช่นนั้น ปัญหาทุจริตการใช้จ่ายงบจะน่าห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งจากข้อมูลขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้รายงานว่า ประเทศไทยในปี 2560 อยู่ในลำดับที่ 96 ปี 2561 ลำดับที่ 99 ปี 2562 ลำดับที่ 101 และในปี 2563 ตกไปอยู่ลำดับที่ 104 จาก 180 ของรายงานดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น จะเห็นได้ว่าแค่ช่วงปี 2561 ถึง 2563 ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัญหาคอร์รัปชั่นเลวร้ายลงเรื่อยๆ
นายเทพฤทธิ์กล่าวว่า ความล้มเหลวในการทำงานครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และครั้งนี้ หนักมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะทำงานอย่างหนัก แต่นโยบายและการวางแผนของรัฐบาลกลับไร้ประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเหตุใดประสบการณ์การจัดการวิกฤตโควิด 2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่สามารถใช้เป็นบทเรียนได้ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยเป็นตัวแทนของประชาชนและมีสิทธิ์ตั้งคำถามและตรวจสอบรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย เราต้องรับฟังกัน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน รวมถึงการผลักดันให้รัฐบาลทำงานรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด