สร้างบ้านเช่าให้คนยากจน
นายกฯสั่งเคหะลุย1แสนหลังทั่วไทย

นายกฯ ไฟเขียว กคช.เดินหน้าโครงการบ้านเคหะสุขประชา ทำบ้านเช่าให้ผู้มีรายได้น้อย ตั้งเป้า 1 แสนหลัง ทั้ง กทม.- ต่างจังหวัด ดึงเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบพีพีพี พร้อมรับทราบผลดำเนินการรัฐวิสาหกิจ ปี 62 ขาดทุน 25 แห่ง

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย “บ้านเคหะสุขประชา”

“เบื้องต้นมีเป้าหมายที่จำนวน 100,000 หน่วย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปีละ 20,000 หน่วย) ภายใต้แนวคิด “บ้านเคหะสุขประชา = บ้านพร้อมอาชีพ”

โดยมอบหมายให้ กคช.จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการให้รวดเร็ว โดยให้มีการพิจารณานำการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) มาใช้ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำเสนอแนวทางการดำเนินการให้ คนร.พิจารณาอีกครั้งต่อไป

นางปานทิพย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติรับทราบการดำเนินงานตามความเห็นและข้อเสนอแนะของ คนร.ในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2564 ที่ได้มีความเห็นในเชิงนโยบายต่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจในเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทต่างๆ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

รวมทั้งให้เน้นการนำ BCG Model มาใช้ในการวางแผนดำเนินการ และให้ความสำคัญการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดย สคร.ได้นำความเห็นเชิงนโยบายข้างต้นไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ สำหรับรัฐวิสาหกิจใช้ในการวางแผนในปี 2565 ด้วยแล้ว

พร้อมรับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจที่ปัจจุบันมีจำนวน 123 แห่ง โดยมีบริษัทในเครือที่มีผลกำไรจำนวน 71 แห่ง ขาดทุนจำนวน 25 แห่ง และอยู่ระหว่างยุบเลิก/ถอนการลงทุนจำนวน 27 แห่ง

นางปานทิพย์กล่าวต่อว่า คนร.ได้มีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาความจำเป็นและกำกับดูแลบริษัทในเครือให้ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ขององค์กร ทั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ สามารถสร้างผลกำไรให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ รวมทั้งให้มีผลตอบแทนให้แก่รัฐวิสาหกิจ สำหรับบริษัทในเครือที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ก็ให้รัฐวิสาหกิจพิจารณายุติกิจการ โดยเร็วต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน