ชาวนาจน และ หัตถกรน้อย(56) – การที่เรียกพวกหัตถกรน้อยว่าเป็นชนชั้นกึ่งกรรมาชีพนั้นก็เนื่องจากว่า แม้พวกเขาจะมีปัจจัยการผลิตง่ายๆ เป็นของตนเอง ทั้งเป็นอาชีพอิสระชนิดหนึ่ง แต่พวกเขาถูกบีบบังคับให้ต้องขายแรงงานส่วนหนึ่งอยู่เสมอ
ฐานะทางเศรษฐกิจของพวกเขาก็คล้ายกับชาวนาจนในชนบทอยู่บ้าง
เนื่องจากพวกเขามีภาระหนักทางครอบครัว ค่าแรงกับค่าครองชีพไม่สมกัน มักถูกความยากจนบีบคั้นและมีความหวั่นกลัวต่อการว่างงานอยู่เสมอ
โดยส่วนใหญ่แล้วก็เหมือนกับชาวนาจน
พนักงานร้านค้า คือ ลูกจ้างตามร้านค้า อาศัยเงินเดือนที่มีจำนวนน้อยเลี้ยงครอบครัว ข้าวของแพงขึ้นทุกปีๆ แต่มักจะต้องหลายๆ ปีจึงจะขึ้นเงินเดือนสักครั้ง ถ้าสบโอกาสได้คุยกับพวกนี้อย่างเปิดอกแล้ว
ก็จะได้ยินเสียงปรับทุกข์อย่างไม่ขาด พวกเขามีฐานะพอๆ กับชาวนาจนและ หัตถกรน้อย
และรับการโฆษณาทางปฏิวัติได้ง่ายอย่างยิ่ง พวกค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าหาบเร่หรือแผงลอย ฐานะของพวกเขาพอๆ กับชาวนาจน และความต้องการปฏิวัติ
เพื่อเปลี่ยนแปลงภาวะที่เป็นอยู่เสียใหม่ก็เช่นเดียวกับชาวนาจน
เนื่องจากประเทศจีนมีเศรษฐกิจล้าหลัง ชนชั้นกรรมาชีพอุตสาหกรรมสมัยใหม่จึงมีจำนวนไม่มาก ในจำนวนกรรมกรอุตสาหกรรมจำนวน 2 ล้านคนนี้ที่สำคัญได้แก่กรรมกรในวิสาหกิจ 5 ประเภทคือ
รถไฟ การเหมืองแร่ การขนส่งทางทะเล การปั่นทอและการท่าเรือ
ในจำนวนกรรมกรเหล่านี้มีจำนวนมากทีเดียวที่ตกอยู่ภายใต้การกดขี่เยี่ยงทาสของวิสาหกิจอุตสาหกรรมทุนต่างประเทศ ชนชั้นกรรมาชีพอุตสาหกรรมแม้จะมีจำนวนคนไม่มาก
แต่เป็นตัวแทนพลังการผลิตใหม่ของประเทศจีน
เป็นชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุดของประเทศจีนในยุคใกล้ และได้กลายเป็นพลังนำของ การเคลื่อนไหวปฏิวัติแล้ว เมื่อดูจากกำลังที่ได้แสดงออกในการเคลื่อนไหวนัดหยุดงานในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา
เช่นการนัดหยุดงานของกะลาสีที่ซาเมี่ยน การนัดหยุดงานในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง
เราก็จะตระหนักถึงความสำคัญแห่งฐานะของชนชั้นกรรมาชีพอุตสาหกรรมในการปฏิวัติของจีน การที่พวกเขาเป็นดังนี้มูลเหตุประการแรกก็คือ การรวมศูนย์
ไม่ว่าคนชนิดไหนก็ไม่รวมศูนย์เท่าพวกเขาทั้งนั้น
มูลเหตุประการที่สองก็คือ ฐานะทางเศรษฐกิจต่ำ พวกเขาได้สูญเสียปัจจัยการผลิต เหลือแต่มือ 2 มือ หมดหวังที่จะร่ำรวย ทั้งยังถูกจักรพรรดินิยม ขุนศึกและชนชั้นนายทุนกระทำอย่างทารุณโหดร้ายสุดประมาณ
ดังนั้น พวกเขาจึงสู้รบเก่งเป็นพิเศษ
กำลังกุลีในเมืองก็ควรสนใจให้มาก พวกนี้ส่วนมากได้แก่กรรมกรท่าเรือและคนรถลาก คนเทอุจจาระและคนกวาดถนน เป็นต้น ก็อยู่ในประเภทนี้เหมือนกัน
พวกนี้นอกจากมือ 2 มือแล้วก็ไม่มีอะไรอีก
ฐานะทางเศรษฐกิจของพวกเขาคล้ายคลึงกับกรรมกรอุตสาหกรรม แต่การรวมศูนย์และความสำคัญในด้านการผลิตสู้กรรมกรอุตสาหกรรมไม่ได้
ในประเทศจีน เกษตรกรรมทุนนิยมแบบใหม่ยังน้อยอยู่
ที่เรียกว่าชนชั้นกรรมาชีพในชนบทนั้น หมายถึงชาวนารับจ้างที่รับจ้างเป็นรายปี รายเดือนหรือรายวัน ชาวนารับจ้างเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่มีที่ดินและเครื่องมือทำนา ทั้งทุนรอนก็ไม่มีสักนิด
ได้แต่รับจ้างเขาทำงานเลี้ยงตัวไปวันหนึ่งๆ
เมื่อเทียบกับกรรมกรประเภทอื่นๆ แล้ว เวลาทำงานของพวกเขายาวที่สุด ค่าจ้างน้อยที่สุด เงื่อนไขที่ได้รับก็เลวที่สุด และงานอาชีพก็ง่อนแง่นที่สุด
คนชนิดนี้เป็นผู้ที่รู้สึกว่าตัวลำบากที่สุดในชนบท
ในการเคลื่อนไหวชาวนา พวกนี้อยู่ในฐานะสำคัญอย่างเดียวกับชาวนาจน จากการวิเคราะห์ชนชั้นนายทุนน้อย กระทั่งมาถึงชนชั้นกึ่งกรรมาชีพของเหมา
สัมผัสได้ในความผูกพันอย่างลึกซึ้งที่เหมามีต่อชาวนา
เพราะเมื่อระบุถึงชนชั้นนายทุนน้อย โจทย์แรกที่หยิบยกขึ้นมาก็คือชาวนา ที่มีนาทำเอง เพราะเมื่อพูดถึงชนชั้นกึ่งกรรมาชีพที่เน้นคือชาวนากึ่งมีนาทำเอง และชาวนาจน
ยิ่งกว่านั้น ยังมีอีกประเภทหนึ่งที่เหมากล่าวถึง นั่นก็คือ ชนชั้นกรรมาชีพจรจัด