พระเทพวุฒาจารย์ – วันจันทร์ที่ 19 เม.ย.2564 น้อมรำลึกครบรอบ 108 ปี ชาตกาล “พระเทพวุฒาจารย์” หรือ หลวงปู่สินธุ์ เขมิโย อดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีวัตรปฏิบัติดีงาม ครองตนอยู่ในเพศสมณะเสมอต้นเสมอปลาย จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวมหาสารคาม
มีนามเดิมว่า สินธุ์ คำปลิว เกิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2456 ที่บ้านเขียบ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
หลังจากจบการศึกษาชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านขามเรียง แล้วก็ออกมาช่วยงานครอบครัวทำไร่ทำนาอยู่ปีเศษ
ด้วยความที่ท่านมีนิสัยเป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ เอนเอียงเข้าหาพระธรรม เมื่ออายุ 12 ปี พ.ศ.2469 จึงขอให้บิดามารดาอุปสมบทให้ ณ วัดเจริญผล ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
ด้วยความที่มุ่งมั่นอยากศึกษาพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้ง จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนที่สำนักวัดสระเกศ เป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น จนถึงปี พ.ศ.2478 เมื่ออายุครบบวชท่านจึงอุปสทบท ณ พัทธสีมาวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมี “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” (อยู่ ญาโณทยมหาเถร ป.ธ.9) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “เขมิโย”
หลังจากนั้นมุมานะเล่าเรียนอย่างหนัก จนถึงปี พ.ศ.2478 ก็สอบได้นักธรรมเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค จากสำนักเรียนวัดสระเกศ ด้วยความที่ท่านเป็นคนเรียนเก่ง ในปี 2483 ก็สอบเทียบได้ชั้น ม.3 ปี พ.ศ.2485 ก็สอบได้ประกาศนียบัตรประโยคครู พ.ม.หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความที่ท่านต้องการอยากกลับมาพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญอีสานบ้านเกิด จึงเดินทางกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดพุทธไชยาราม บ้านเขียบ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จนถึงปี 2489 ก็ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์เป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธไชยาราม
เป็นพระที่มีผลงานปรากฏมากมาย เช่น บูรณปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุศาสนสถาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและโบราณสถาน ในปี 2512 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดนาควิชัย ต.ตลาด อ.เมือง และเป็นพระอุปัชฌาย์ จนถึงปี พ.ศ.2518 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษที่ “พระครูวิจัยปริยัติกิจ”
พ.ศ.2523 ได้รับแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดนาควิชัย ต.ตลาด อ.เมือง ปี พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามเดิม จนกระทั่งปี พ.ศ.2526 ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชสารคามมุนี”
ต่อมา ได้ไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง
และในปี พ.ศ.2540 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพวุฒาจารย์
พ.ศ.2542 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และหลวงปู่ยังเป็นประธานที่ปรึกษาพุทธสมาคม ยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานมูลนิธิสงฆ์อาพาธจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระธาตุนาดูน และเป็นผู้จัดการโรงเรียนบาลีสาธิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วัดอภิสิทธิ์ ตั้งแต่ พ.ศ.2525-2548
ล่วงเข้าสู่ปัจฉิมวัย ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร หลวงปู่เริ่มอาพาธบ่อยครั้ง จนถึงเช้าของวันที่ 28 ก.ค.2548 ท่านเกิดอาการอ่อนเพลียช็อกหมดสติ ญาติโยมรีบนำส่งโรงพยาบาลจังหวัดมหาสารคาม
ท้ายที่สุด มรณภาพลงด้วยอาการสงบ สิริอายุ 93 ปี พรรษา 72
เชิด ขันตี ณ พล