คอลัมน์ เอเชี่ยนสตาร์

‘สตีเว่น ยอน’พิสูจน์ฝีมือชิงชัยออสการ์ในบทใกล้ตัว – โค้งสุดท้ายก่อนการประกาศผลรางวัล ออสการ์ ขอพาไปรู้จักหนุ่มคนนี้กัน สักนิด

สตีเว่น ยอน นักแสดงอเมริกัน เชื้อสายเอเชียคนแรก ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการภาพยนตร์ กับการเข้าชิงรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Minari ที่สร้างจากความ ทรงจำของผู้กำกับฯ มากฝีมือชาวเกาหลี-อเมริกัน อี ไอแซค จอง

ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวชาวเกาหลีในยุค 80 ซึ่งหอบเอาความหวังไปตั้งต้นชีวิตใหม่บนแผ่นดินอเมริกา เริ่มจากการเป็นชาวสวนชาวไร่บนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คนและสภาพแวดล้อม ที่แตกต่างจากเกาหลี

หนังเดินหน้ากวาดรางวัลมามากมาย ล่าสุดกับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ถึง 6 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับฯ ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

ยอน มีชื่อเกาหลีว่า ยอนซังย็อบ ส่วน สตีเว่นนั้นได้มาจากชื่อของหมอที่เคยเจอกัน

เขาเป็นนักแสดงคุณภาพ หนังที่แสดงนำอย่างเรื่อง Burning ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์ในเว็บ Rotten Tomatoes 95% และ Minari ได้ไปถึง 98% ถือว่ายอนเป็นนักแสดงอเมริกัน-เกาหลีคนแรกที่ได้คะแนนจาก นักวิจารณ์เกิน 95% ถึง 2 เรื่อง

ยอนเป็นคนแนะนำบทเรื่อง Minari ให้กับคริสติน่า โอ โปรดิวเซอร์มือวางอันดับต้นๆ ของบริษัท Plan B ซึ่งโอบอกว่า “พอฉัน อ่านจบมันเหมือนฉันได้เบิกเนตร ฉันรักมัน สุดหัวใจ”

ก่อนที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงชายคนล่าสุดที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ สตีเว่น ยอน เกิดในเกาหลีใต้ แต่โตมาในเมืองทรอย รัฐมิชิแกน ครอบครัวของยอนย้ายมาจากโซลพ่อของเขาเป็นสถาปนิกในบริษัทชั้นนำของเกาหลี เขาย้ายมาที่มิชิแกนตอนอายุ 4 ขวบ

บ้านใหม่ของยอนอยู่ในย่านชนชั้นกลาง เป็นเรือนกระจกหลังร้านขายของชำของลุง งานแรกของพ่อและแม่ของยอนในอเมริกา คือแพ็กตะเกียบใส่ซองกระดาษ

ยอนเล่าให้ฟังว่า “ตอนที่พ่อผมเพิ่งย้ายมาเขาดูหัวเสียมาก ผมจำได้เขาพูดว่าที่เขาโมโหเพราะเขาเพิ่งคิดได้ว่าเขายอมทิ้งอนาคตที่สดใสเพื่อมาเริ่มใหม่จากศูนย์ที่นี่”

“ในตอนเด็กผมยังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมสไตล์อเมริกันไม่ค่อยได้ จึงฆ่าเวลาไปกับการไล่สะสมการ์ดเอ็กซ์เมน ที่มีบอก ค่าพลังต่างๆ ตามตัวละคร ผมอยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นคุณสมบัติของคนเอเชียหรือเปล่า เราชอบอะไรที่เป็น แพตเทิร์น คาดเดาได้ อะไรที่เป็นตัวเลขเยอะๆ”

พ่อกับแม่ของเขาคาดหวังให้ลูกชายคนนี้เรียนด้านการแพทย์ เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า “เหมือนผมจะทำให้พ่อแม่ผิดหวังตั้งแต่เป็น วัยรุ่น แต่ผมใช้วิธีนี้ ผมลงเรียนอย่างที่พวกท่านต้องการ แล้วก็เอาคะแนนมาให้ดู ให้พ่อกับแม่รู้ว่าผมไม่ได้เหมาะกับเรื่องพวกนี้เลย”

และครั้งหนึ่งที่เขาได้มีโอกาสแสดง เจ้าตัวก็คิดว่ามันคลิก มันใช่สำหรับเขา เลยไปบอกพ่อว่าสิ่งนี้น่าสนใจ ทำให้ทั้งพ่อแม่รวมทั้งลุงกับป้าที่ต่างก็เป็นห่วงอนาคตหลานต้องส่งคนมาคุยเพื่อให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะเดินบนเส้นทางการแสดง

“พวกท่านไปบอกให้ไมก์ญาติผมโทร. มาหา ผมก็โอเค ทำอะไรก็ทำไป ส่วนผมจะทำในสิ่งที่ผมอยากทำ (หัวเราะ)”

และการเดินทางครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นในชีวิต เมื่อยอนจากบ้านที่มิชิแกน มุ่งหน้าสู่ฮอลลีวู้ด พอถาม ว่าตอนนั้นน่ากลัวแค่ไหนสำหรับเขา เพราะมาด้วยความฝันล้วนๆ เจ้าตัวบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผมบอกจากความสัตย์จริงเลยว่ามันไม่น่ากลัวขนาดนั้น ผมก็แค่ตื่นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วก็โอเคผมต้องไปและ ผมก็บอกทุกคนว่าผมจะไป แล้วผมก็ไม่ลังเล”

ยอนย้ายมาที่แอลเอเมื่อปี 2009 เขาขับรถข้ามประเทศมาเพื่อหาโอกาสเทสต์หน้ากล้อง หลังจากนั้นหกเดือนเขาคว้าบทที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เมื่อได้รับบท เกล็น ใน The Walking Dead ซึ่งช่วงหนึ่งเป็นซีรีส์ที่มีตัวเลขผู้ชมสูงสุดของอเมริกา

การแสดงของเขาทำ เกล็น คนส่งพิซซ่าเชื้อสายเกาหลี เป็นขวัญใจผู้ชม จนกระทั่งการตายของตัวละครนี้สะเทือนใจคนดูจนถึงขั้นช็อกไปเลยก็มี

ก่อนที่โปรเจ็กต์ Minari จะได้ไฟเขียว จอง ผู้กำกับฯ ส่งบทไปให้ยอนอ่าน และอีกไม่กี่ปีถัดมายอนก็ได้เป็น พ่อคนและสวมบท เจค็อบ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ยอนมีผลงานหลากหลายนับตั้งแต่ซีรีส์ยอดฮิต The Walking Dead และภาพยนตร์ตลกผลงานของ บูตส์ ไรลีย์ Sorry to Bother You ไปจนถึงผลงานดราม่ากระชากใจของอีชางดง อย่าง Burning ยอนทำลายมายาคติของคนเอเชียในฮอลลีวู้ด ทำให้ อี ไอแซค จอง รู้สึกว่าเขาสามารถเข้าใจตัวตนของ เจค็อบ ผู้เชี่ยวชาญการคัดเพศไก่ที่ฝันไกลกว่านั้น

“การรับบทเจค็อบน่าวิตกไม่น้อย แต่มันยิ่งทำให้บทนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับรับบทนี้มันทั้งสาหัส น่าประทับใจ น่าวิตก แต่มันคุ้มค่า อย่างแรกเลยถึงผมพอจะพูดเกาหลีได้ แต่มันไม่ได้แปลว่าผมจะพูดคล่องปากเหมือนที่เจค็อบพูด ผมรู้ว่าผมต้อง ฝึกหนัก ที่ยากไปกว่านั้นคือการต้องเล่นเป็นพ่อคนในยุค 80”

“ด้วยความที่ตัวละครเป็นคนกลุ่มน้อยของสังคมยิ่งทำให้ผมรู้สึกต้องรับผิดชอบมากขึ้น ผมกังวลว่า ผมจะเล่นตัวละครนี้ออกมาสมจริงพอหรือเปล่า? ผมรู้จักพ่อผมจริงๆ หรือเปล่า? ผมเข้าใจสิ่งที่พ่อแม่ยุคนั้นต้องเจอพอหรือไม่? หลายคนยกย่องชาวเกาหลีรุ่นบุกเบิกที่เดินทางมาประเทศนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจะทำ ที่ผมต้องการคือการเจาะลึกถึงตัวตนของพวกเขา”

“เราพยายามเล่าเรื่องให้ออกมาธรรมดาสามัญที่สุด ปราศจากมุมมองการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ผมไม่เคยตื่นมาแล้วคิดว่า ผมเป็นคนเกาหลีอเมริกันพยายามใช้ชีวิตในอเมริกาที่คนขาวเป็นใหญ่ ทุกเช้าเวลาผมตื่นผมคิดแค่ว่าจะกินอะไรดีนะเช้านี้ เมื่อเราละทิ้งองค์ประกอบพวกนั้น ความเป็นมนุษย์จึงปรากฏ มันคือเรื่องราวของคนเป็นพ่อ แม่ ลูกชาย และคุณยาย มันเกี่ยวกับความยากลำบาก ความอดทนอดกลั้น ศรัทธาและความหวังที่จำเป็นต่อการเอาชนะอุปสรรค”

ยอนคิดว่าทางเดียวที่เขาจะเข้าถึงตัวละครนี้คือเขาต้องเป็นพ่อคนเสียก่อน ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองไม่มีทางเล่นบทนี้ออกมาได้ดี “ผมคิดว่าผมคงไม่มีทางเข้าใจพ่อแม่ผมจนกระทั่งผมมีลูก ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเจค็อบรู้สึกยังไง เป็นผู้ชายอายุสามสิบกว่าๆ มีลูกๆ ที่ต้องเลี้ยงดู แต่ยังเหลือไฟในตัวไว้ล่าฝันของตัวเอง”

การที่ Minari พลาดเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม แต่กลับมีชื่อเช้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับดุลพินิจของกรรมการเวทีนี้มากมาย

“ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ ผมไม่มีอะไรจะฝากถึงคนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรอกนะ เพราะผมคิดว่ากฎเกณฑ์หรือสถาบัน มันไม่สามารถสะท้อนชีวิตจริงของเราได้ แต่หน้าหนังเรื่องนี้จุดให้เกิดการพูดคุยที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้ก็เจ๋งไปเลย”

ยอนกล่าวถึงตัวละครที่ส่งให้เขาได้เข้าชิงออสการ์สาขาดารานำชายยอดเยี่ยม “ผมคิดว่าตัวผมเองก็มีส่วนคล้ายเจค็อบเหมือนกันนะ ผมว่าสัตว์ประจำตัวของผม (สปิริต แอนิมอล) คืออูฐ ตรงที่มันพร้อมผจญภัยเสมอ มันไม่ใช่แค่แบกสัมภาระลุยพื้นที่ทุรกันดารให้คุณ แต่ยังแบกคุณไปพร้อมกันด้วย มันเป็นสัตว์ที่พึ่งตัวเองได้ และไม่ลังเลจะก้าวไปข้างหน้า เหมือนกับเจค็อบที่ไม่เคยหมดศรัทธาในสวนของเขา”

มาร่วมส่งแรงเชียร์ให้หนุ่ม สตีเว่น ยอน คว้าชัยบนเวทีทางด้านภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดระดับโลก ออสการ์ ครั้งที่ 93 ซึ่งจะมีขึ้นค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน ในสหรัฐอเมริกา ตรงกับช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 26 เมษายน ตามเวลาในเมืองไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน