โควิดในเรือนจำควรขังแกนนำม็อบอีกหรือ – วิกฤตโควิดที่ลุกลามรวดเร็ว ยังแรงไม่หยุดในขณะนี้ จุดที่กำลังได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยคือ เรือนจำ อันเป็นสถานที่ที่รู้กันดีว่าเต็มไปด้วยความแออัด ด้วยจำนวนนักโทษ ผู้ต้องขังต่างๆ มีมากมายมหาศาล จึงเป็นพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก
ถึงแม้ว่าคนที่เข้าไปอยู่ในเรือนจำนั้น มีทั้งผู้ที่กระทำผิดร้ายแรง โดนตัดสินโทษไปแล้ว หรือแค่โดนจองจำขณะที่คดียังดำเนินอยู่
คนเหล่านี้ยังไงก็ต้องได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิความเป็นมนุษย์
แต่ข้อจำกัดของที่คุมขังอันแออัดดังกล่าว น่าเป็นห่วงในด้านสุขภาพ ถ้ามีการติดเชื้อโควิดแล้วจะป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดได้อย่างไร
แม้จะเชื่อว่าราชทัณฑ์มีมาตรการที่พยายามป้องกันโรคระบาดรุนแรงนี้เต็มที่ก็ตาม แต่สภาพความเป็นจริงไม่เอื้ออำนวยมากนัก
ตอนนี้จึงเกิดคำถามว่า แกนนำม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่นั้น ยังจะคุมขังในท่ามกลางวิกฤตโควิด ต่อไปอีกหรือ!?
ยิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน มีนายชูเกียรติ แสงวงค์ ที่ติดเชื้อแล้ว
แต่ก่อนที่จะพบว่าป่วยและแยกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น
ได้อยู่ใกล้ชิดกับแกนนำรายอื่นๆ ด้วย
ไม่ว่าจะเป็น เพนกวินหรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่
รวมทั้งที่ได้ประกันตัวออกไปแล้ว ทั้งนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
ในเบื้องต้นราชทัณฑ์ได้ตรวจเชื้อเพนกวินและ แอมมี่แล้ว โดยผลเป็นลบ แต่ยังต้องลุ้นการตรวจรอบ ต่อไปอีก!
กลายเป็นหัวข้อสนทนาไปทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยความห่วงใยในกลุ่มนักเคลื่อนไหวเหล่านี้
ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาการชุมนุมประท้วงที่ผ่านมา
แต่ประเด็นที่เป็นคดีด้านความคิดความเชื่อ ไม่ใช่ ผู้กระทำผิดก่ออาชญากรรมร้ายแรง
แค่นี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า สมควรถูกขัง ในเรือนจำหรือไม่ แถมคดีก็ยังไม่ถึงขั้นการ ตัดสินโทษ!
มากระหน่ำซ้ำด้วยวิกฤตโควิดเข้าให้อีก ยิ่งควรทบทวนว่า ยังควรขังเอาไว้ต่อไปอีกหรือ
ทางออกโดยปกติพื้นฐานทั่วไปที่ใช้กันอยู่ ก็คือ ความผิดบางประเภท ถ้าไม่หนักหนาสาหัสก็มีการแก้ไข บทลงโทษ
ไม่ควรนำเข้าไปสร้างความแออัดในเรือนจำ
เช่น คดีเสพยา ก็ส่งบำบัด เพื่อลดภาระราชทัณฑ์
แล้วคดีแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่นี้เล่า และ ยิ่งมาเกิดวิกฤตโควิดอีกด้วย!?!
วงค์ ตาวัน