เทศกาลช็อปหนังสือออนไลน์ “MATICHON ReadAlert! อ่านเอาเรื่อง”
ยังคงเปิดรับมิตรรักนักอ่านอย่างอบอุ่น สู่เทศกาลช็อปหนังสือออนไลน์ “MATICHON ReadAlert! อ่านเอาเรื่อง” ที่เว็บไซต์ www.matichonbook.com ไม่ต้องออกจากบ้านก็ซื้อหนังสืออ่านได้ในราคาลดพิเศษ ถึง 5 พ.ค.นี้ ตลอด 24 ชั่วโมง
3 เล่ม ห้ามพลาด อ่านรับมือสถานการณ์โควิด ให้ความรู้เป็นพลังปกป้องเรา ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันโรค

“COVID-19” โรคระบาดแห่งศตวรรษ โดย นำชัย ชีวะวิวรรธน์ หนังสือที่สรุปสถานการณ์ไทม์ไลน์การเกิดขึ้นของโรคโควิด จากจุดเริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ขยายลุกลามไปทั่วโลก ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจการเงิน สังคมวิถีชีวิต และการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์จะช่วยให้เรารอดพ้นได้อย่างไร
ทั้งนำเสนอวิธีการรับมือในระดับสาธารณสุขของรัฐ และการดูแลป้องกันตัวเองระดับบุคคล ปิดท้ายด้วยแหล่งข้อมูลสำคัญทั่วโลกให้ผู้อ่านได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หนังสือเล่มนี้จึงถือเป็นคู่มือโรคระบาดและสรุปเรื่องราวโรคโควิด-19 ไว้อย่างรอบด้านและครบถ้วนที่สุด
“จากปีศาจสู่เชื้อโรค” โดย ชาติชาย มุกสง ฉายภาพประวัติศาสตร์ความคิด ความรู้ทางการแพทย์ในสังคมไทยที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเพื่อรับมือกับภัยร้ายของโรคระบาด อันจะเป็นบทเรียนที่ดีในยุคสมัยอันมืดบอดที่เราทุกคนต้องเผชิญอยู่ในเวลานี้
นี่คือหนังสือที่ต้องมีไว้อ่าน เพื่อใช้ทบทวนอดีตสู่การมองไปยังอนาคต ว่าเราจะสามารถเปิดใจเรียนรู้วิทยาการที่จะยกระดับชีวิตเพื่อให้พ้นจากภัยร้ายไปได้อย่างไร เหมือนเช่นบรรพบุรุษไทยเคยเผชิญมาก่อน
“บทบาทของรัฐแบบจารีตในด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพของประชาชน จึงแทบไม่มีให้เห็นอย่างเด่นชัด จะมีก็ต่อเมื่อเกิดโรคระบาดหรือภัยคุกคามต่อสุขภาพของไพร่และทาสของรัฐ ซึ่งคุกคามต่อการเสียกำลังคนของรัฐ ก่อนหน้าที่รัฐไทยจะมารับผิดชอบดูแลสุขภาพของประชาชน ความไม่รับผิดชอบของรัฐไทยต่อสุขภาพอนามัยของราษฎร ได้สะท้อนให้เห็นจากการอธิบายการเจ็บป่วยและตายว่าเป็น “เวรกรรม” ของปัจเจกชน ซึ่งสอดคล้องกับโลกทัศน์แบบพระพุทธศาสนา อันเป็นอุดมการณ์ของรัฐไทยสมัยโบราณ”
“ไดอารี่ล็อกดาวน์อู่ฮั่น” ไดอารี่ที่ถ่ายทอดเสียงจริงจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ระหว่างล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่นที่ท่ามกลางภาวะสับสนและหดหู่จากสถานการณ์ ประชาชนชาวอู่ฮั่นไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนจากทางการ พวกเขายังต้องกินต้องใช้ ทว่าสิ่งจำเป็นอย่างหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ อาหารสดและอาหารแห้งที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตกลับร่อยหรอ ไม่ต่างจากขวัญกำลังใจในการรับมือกับหายนะครั้งนี้
กัวจิง วัย 29 ปี เป็นนักสังคมสงเคราะห์และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี เธอติดอยู่ที่อู่ฮั่นระหว่างการปิดเมือง เมื่อเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าพื้นที่ที่ถูกปิดกั้น คือการที่ประชาชนถูกปิดหู ปิดตา และปิดปาก เสียงร้องทุกข์เล่าความเป็นจริงของพวกเขาล้วนถูกปิดกั้น เธอจึงเริ่มเขียนไดอารี่ออนไลน์ หวังจะเป็นจุดเชื่อมแบ่งปันทุกข์สุขระหว่างเพื่อนร่วมชาติและเป็น กระบอกเสียงไปสู่โลกภายนอก
“แม้แต่จดหมายขอความช่วยเหลือจากหมอกลุ่มแรกที่มาช่วยอู่ฮั่นยังถูกลบทิ้ง ใครกันล่ะที่ไม่อยากเห็นความทุกข์ยากของพวกเขา”
คือเสียงสะท้อนของประชาชนจีนยามปิดเมืองอู่ฮั่น เรื่องราวอีกด้านที่ทางการจีนไม่อยากให้พูดถึง นี่คือเรื่องจริง ความรู้สึกอันแท้จริง ที่แทบไม่แตกต่างจากความรู้สึกของคนไทยและคนทั่วโลกที่เผชิญกับสถานการณ์เดียวกันนี้

“ข้าแต่ศาลที่เคารพ” รวมบทความของอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและกรรมการ ปปช. ว่าด้วยการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ภายใต้อิทธิพลของ “ตุลาการภิวัตน์”
ท่ามกลางวังวนของความขัดแย้งจากสองขั้วอำนาจ ต่อให้เกมบนหมากกระดานการเมืองจะรุนแรงสักแค่ไหน “กฎหมายและความยุติธรรม” ก็ยังเป็นกลไกในการระงับความขัดแย้งไม่ให้บานปลาย
เช่นเดียวกับจุดยืนของ “สมลักษณ์ จัดกระบวนพล” ในฐานะอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและกรรมการ ปปช. ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกติกาบ้านเมือง แต่ขณะเดียวกัน เมื่อพบว่ากลไกของตราชั่งเปลี่ยนแปลงไป นักกฎหมายมือฉมังผู้นี้ก็พร้อมที่จะติเพื่อก่อ ต่อเพื่อแก้ไข สมกับเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งเป็นที่พึ่งของทุกฝ่ายสืบไป
“สังคมจีนในประเทศไทย : ประวัติศาสตร์เชิงวิเคราะห์” โดย จี. วิลเลียม สกินเนอร์ นักวิชาการอเมริกันผู้ทำการวิจัยคนจีนในประเทศไทยในช่วงทศวรรษ 2490 และรวบรวมเรื่องราวคนจีนตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณอ่าวไทย จนถึงประเทศไทยในยุคต้นสงครามเย็น (พ.ศ.2500) นำมาวิเคราะห์ จำแนก แจกแจง ซึ่งในช่วงเวลานั้น คนจีนและประเทศจีนกำลังเป็นที่สนใจของสหรัฐอเมริกา
คนจีนโล้สำเภา เสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนมายังประเทศไทย สร้างตัวเป็นเจ้าสัว เถ้าแก่ และบางคนกลายเป็นชนชั้นสูง ความสำคัญของคนจีนที่มากมายเช่นนี้ จึงมิอาจทำให้เรามองข้ามคนจีนในประเทศไทยได้ ไม่ว่าเราจะเป็นคนไทยแท้ (?) ไทยพันธุ์ทาง หรือลูกจีน ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะศึกษาเรื่องราวของคนจีนในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทยิ่งในรัฐไทยและประวัติศาสตร์ไทย

หนังสือเล่มนี้ของสกินเนอร์ นอกจากจะได้เห็นการวิเคราะห์และอธิบายถึงการที่คนจีนถูกกลืนเป็นไทยได้อย่างไร ยังจะได้เห็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะส่วนที่เป็นข้อมูลร่วมสมัยของตัวผู้เขียนเอง ไม่ว่าจะเป็นสถิติตัวเลขคนจีนในไทย ข่าวหนังสือพิมพ์จีนในไทย การกระจายตัวและชุมชนคนจีนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งหลักฐานเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย เศรษฐกิจไทย และประเด็นทางสังคม
“น่าสังเกตว่ากรรมกรชาวจีนที่ไม่มีความชำนาญส่วนใหญ่มีลักษณะพิเศษตรงที่มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะเขยิบสถานะทางสังคมให้สูงขึ้น เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงสำหรับกรรมกรชาวจีนมากกว่ากรรมกรชาวไทย…ดูเหมือนว่าชนชั้นต่ำชาวจีนทั้งหมดอาจจะสืบต่อไปในวิถีทางประวัติ ศาสตร์ไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางสูงขึ้น โดยที่ในอนาคตจะมีกรรมกรไทยที่ขาดความชำนาญเข้ามาเติมเต็มส่วนล่างสุดเมื่อว่างลง”
รู้จัก ‘พม่า’ ผ่านหน้าหนังสือ สถานการณ์ในประเทศพม่าเป็นไปอย่างล่อแหลม มติชนขอนำพานักอ่านทำสำรวจประวัติศาสตร์ที่พลิกผันของพม่าผ่านหนังสืออันยอดเยี่ยม 2 เล่ม ที่ครบอรรถรส ทั้งเรื่องเล่าในรูปแบบวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ สารคดี เพื่อสำรวจอดีตของพม่า ต่อยอดสู่การเฝ้ามองปัจจุบัน และมุ่งหน้าต่อไปสู่อนาคต

“ราชันผู้พลัดแผ่นดิน เมื่อพม่าเสียเมือง” เมื่อพม่า เสียเมืองให้อังกฤษ พระราชวังไม้สักอันวิจิตรบรรจงแห่งกรุง มัณฑะเลย์ กลายเป็นเพียงอดีตอันรุ่งโรจน์ของพระเจ้าธีบอและพระนางศุภยาลัต กษัตริย์และราชินีองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ คองบอง รวมทั้งพระราชธิดาและข้ารับใช้จำนวนหนึ่ง ถูกนำเสด็จไปประทับยังเมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย ในความดูแลของรัฐบาลอังกฤษ ชีวิตกว่า 30 ปีในต่างแดนพลิกเปลี่ยนชะตากรรมของราชนิกุลผู้ยิ่งใหญ่และความเป็นไปของประเทศชาติไปพร้อมๆ กัน
“ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน” โลกขนานนามเธอว่า…ราชินีเลือดเย็น แล้วโยนข้อหาต้นเหตุแห่งการเสียแผ่นดินสิ้นเอกราช แต่ในแวดล้อมของผู้คนที่เคารพเทิดทูน รักและภักดี เธอคือ มิพญา ราชินีผู้อยู่เหนือสตรีใด
ข้อมูลวงในจากผู้รับใช้ใกล้ชิดที่ถวายงานอยู่ข้างพระวรกายจวบจนวาระสุดท้ายของราชธานีมัณฑะเลย์ เป็นข้อมูลเชิงลึกเชื่อถือได้โดยแหล่งข่าวเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านการเรียบเรียงและวิพากษ์โดยฝรั่งอังกฤษ ผู้อยากรู้จักและเข้าใจความเป็นมาของชาติใต้ปกครอง สู่ประวัติศาสตร์อีกหน้าที่จะพลิกความรับรู้ ความนึกคิดเดิมๆ ที่เคยชินเคยเชื่อ
แล้วพบกันที่ www.matichonbook.com
ผู้สื่อข่าวหรรษา