กรนส่งผลต่อสมอง – ดร.อามัล อิสยาห์ จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างนิสัยการนอนกรนของเด็กที่อาจอยู่เบื้องหลังปัญหาด้านพฤติกรรม จากการเปรียบเทียบผลสแกนสมองด้วยวิธีตรวจคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า (เอ็มอาร์ไอ) ในเด็กๆ ชั้นประถมศึกษา อายุระหว่าง 9-10 ขวบ มากกว่า 10,000 คน พบว่าเด็กที่นอนกรนเป็นประจำมีสมองเนื้อสีเทา (เกรย์แมตเทอร์) บริเวณสมองส่วนหน้า ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อ การรับรู้ และการคิดอย่างเป็นเหตุผล บางกว่าเด็กที่ไม่มีปัญหานอนกรน และนั่นทำให้ผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่าการกรนอาจมีผลต่อการพัฒนาสมองเนื้อ สีเทา แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการกรนคือสาเหตุหลักที่ทำให้สมองเนื้อสีเทาบางกว่าปกติ

ถึงอย่างนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าการกรนและปัญหาการหายใจอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการนอนและยังลดปริมาณก๊าซออกซิเจนที่จะเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงสมอง การเปลี่ยนแปลงของสมองเหล่านี้คล้ายกับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นซึ่งมีปัญหาในการควบคุมพฤติกรรมกับพฤติกรรมก่อกวนเช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญระบุอีกว่า เด็กๆ อเมริกันราว 1 ใน 10 คนได้รับผลกระทบจากปัญหาการนอนหลับ แต่หลายคนถูกวินิจฉัยอย่างผิดๆ ว่าป่วย เป็นโรคสมาธิสั้น (เอดีเอชดี) หากผู้ปกครองมีลูกที่นอนกรนมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินและรับการรักษาได้ ทันท่วงที