ย้ายประเทศ – ปฏิกิริยาของรัฐบาลและบุคคลสนับสนุนรัฐบาลต่อกรณีที่มีผู้ตั้งกลุ่ม “ย้ายประเทศกันเถอะ” ในโลกออนไลน์ มีลักษณะคล้ายกับปฏิกิริยาด้านลบที่มีต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเยาวชนก่อนหน้านี้
ทั้งดูถูกเหยียดหยามและใช้ถ้อยคำข่มขู่ ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบว่ามีเจตนาสร้างความแตกแยก หมิ่นสถาบัน และ ชังชาติ
ดังนั้นแทนที่จะใช้วิธีคลี่คลายบรรยากาศ ทำความเข้าใจ หรือแก้ปัญหา กลับตอกย้ำซ้ำลงไปที่ความขัดแย้งเดิม ขยายช่องว่างทางความคิดให้ห่างออกไปกว่าเดิม และแบ่งแยกประชาชน ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
จึงเป็นเรื่องน่าผิดหวังและอันตราย หากรัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่มีความรอบรู้ และไม่คิดเรียนรู้
การใช้อำนาจข่มขู่อาจเป็นเรื่องง่ายกว่าใน การควบคุมประชาชน แต่การเอาชนะใจประชาชนต้องสร้างความเข้าใจ มีขันติ และมีเมตตา
ที่มาของการรวมกลุ่ม “ย้ายประเทศกันเถอะ” เป็นเรื่องที่รับทราบโดยทั่วไปว่ามาจากความอึดอัดใจของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เห็นตัวอย่างการดำเนินคดีอย่างแข็งกร้าวต่อแกนนำผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อให้เกิดความกลัวและเข็ดหลาบ
เพียงเพราะนักเคลื่อนไหวเหล่านี้นำเสนอ “ความรักชาติ” ในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ชาตินิยม หรือคลั่งชาติ
เมื่อรวมกับคนที่เห็นว่ารัฐบาลบริหารประเทศไม่ดีพอในสถานการณ์โควิดและเศรษฐกิจ จึงทำให้กลุ่มย้ายประเทศได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ความสนใจที่มีผู้เข้าร่วมกลุ่มกว่า 7 แสนคนภายในเวลา 4 วันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นขนาดนี้มาก่อน
สำหรับสังคม การเคลื่อนไหวนี้ไม่มีความรุนแรง เป็นเพียงกลุ่มที่แลกเปลี่ยนข้อมูลแนะแนวการศึกษา และหรือประกอบอาชีพในต่างประเทศ
สำหรับรัฐบาล ควรสังเกตได้ว่าทุกยุคสมัยย่อมมีประชาชนที่สนับสนุนและที่เห็นแตกต่าง แต่กระแสอยากย้ายประเทศเผยว่ามีคนที่สิ้นหวังกับอนาคต มองไม่เห็นว่าตนเองจะมีที่ยืนในสังคมอย่างไร จะต่อสู้ทางเศรษฐกิจอย่างไร และจะมีส่วนร่วมพัฒนาการเมืองอย่างไร
ถ้ารัฐบาลรู้จักประเมินผลการทำงานและยอมรับความจริง จึงจะแก้ไขกระแสทางสังคมนี้ได้