คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เส้นทางในทาง “การเมือง” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เริ่มสะดวกมากยิ่งขึ้น
พลันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงคะแนนเสียงคำวินิจฉัย 9 ต่อ 0 ให้เห็นว่ากรณีที่ต้องติดคุกโดยคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียเป็นเรื่องของออสเตรเลียไม่เกี่ยวกับไทย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงรอดตัวไป
นั่นก็คือ ไม่เพียงแต่ยังดำรงอยู่ในสถานะแห่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 หากแต่ยังดำรงอยู่ในสถานะแห่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในรัฐบาลจึงแข็งแกร่ง มั่นคง
คะแนน 9 ต่อ 0 ของศาลรัฐธรรมนูญเท่ากับเป็น “กระดานหก”ทางการเมือง
สถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในพรรค พลังประชารัฐจึงมากด้วยความมั่นคง การดำรงอยู่จาก การรวมตัวของ “กลุ่ม 4 ช.” ในพรรคพลังประชารัฐจึงแข็งแกร่ง
ก้าวต่อไปของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงพอจะ มองออก
อันดับแรกสุดก็จะต้องมีการรุกไล่ให้เปลี่ยนตัว “เลขาธิการพรรค” ให้เป็นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อันดับต่อไปก็จะต้องมีการปรับครม.อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
จาก “รัฐมนตรีช่วย” ไปสู่ “รัฐมนตรีว่าการ”
ไม่ว่ามองใน “สถานะ” ไม่ว่ามองใน “ เป้าประสงค์” ล้วนเปี่ยมไปด้วยความพร้อม
เห็นเพียงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 แล้วก็จะต้องรู้ว่าสถานะและความเชื่อมั่นต่อศักยภาพทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นอย่างไร
นั่นเป็นผลจากการเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช
และเมื่อเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐแล้ว ตำแหน่งของเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐก็จะต้องเท่าเทียมกับเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์
นั่นก็คือ ต้องเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” มิใช่ “รัฐมนตรีช่วยว่าการ”
ถามว่าคดีความจากออสเตรเลียจะยังเป็นปัญหาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่หรือไม่
เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญการันตีในระดับ 9 ต่อ 0 เช่นนี้แล้ว สถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในรัฐบาลก็ไม่แตกต่างไปจาก “พยัคฆ์เสียบปีก” ดำรงอยู่ในฐานะ “เส้นเลือดใหญ่”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องให้ความสำคัญ