มนุษย์ – คําว่ามนุษย์มีความสับสนแตกต่างกัน โดยเมื่อมองจากทัศนะทางศาสนาและความเชื่อของมนุษย์เอง

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ให้ความหมายของคำว่า มนุษย์ คือ สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล, สัตว์ ที่มีจิตใจสูง, คน

มนุษย์ในทัศนะของศาสนาใหญ่ 2 ศาสนา คือ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ที่พูดถึงกำเนิดของ มนุษย์ที่เหมือนกัน คล้ายกัน แต่ทัศนะในความเป็นมนุษย์จะแตก ต่างกัน

ทั้งสองศาสนากล่าวพ้องกันว่า มนุษย์คนแรกของโลกเกิดจากการสร้างของพระเจ้าสูงสุด พระองค์เดียว

คริสต์ศาสนากล่าวถึงกำเนิดของมนุษย์ว่า เมื่อพระเจ้าสร้างโลกแล้ว พระเจ้าหยิบผงดินจากพื้นดิน แล้วสร้างมนุษย์ผู้ชายจากผงดินนั้น แล้วทรงเป่าลมแห่งชีวิตเข้าไปใน มนุษย์ผู้ชายนั้น และแล้วมนุษย์ผู้ชายนั้น ก็มีชีวิตเกิดขึ้น

ศาสนาอิสลาม กระบวนการสร้างมนุษย์ของพระเจ้าจะซับซ้อนและเป็นลำดับกระบวนการมากขึ้น ทรงนำดินมาปั้นเป็นรูปคน แล้วทรงทำดินนั้นให้เป็นกระบวนการของเลือด เนื้อ กระดูก เนื้อหุ้มกระดูก แล้วก็ทรงเป่าลมแห่งชีวิตลงในรูปของกระบวนการนั้น แล้วชีวิตก็เกิดขึ้น

สิ่งที่แตกต่างกันของทัศนะแห่งการเกิดขึ้นของทั้งสองศาสนาก็คือ

คริสต์ศาสนา นักปรัชญาทางทางคริสต์ศาสนาให้ทัศนะว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีปัญญา” ถูกสร้างมาในฉายาของพระผู้เป็นเจ้า ที่ทรงสร้างโลกเพื่อให้มนุษย์ได้อาศัยอยู่ชั่วนิรันดร์

ศาสนาอิสลาม มนุษย์มีความหมายมากกว่านั้น มนุษย์มิใช่สัตว์ที่มีปัญญา เพราะยังมีสิ่งอื่นที่พระเจ้าสร้างขึ้น เช่น ญิน ที่พระเจ้าสร้างจากไฟที่ร้อนแรง ไร้เปลวควัน ก็มีปัญญา มลาอิกะฮ์ ที่พระเจ้าสร้าง สร้างจากรัศมี ก็มีทั้งสติปัญญาและเหตุผล มนุษย์นั้นพระผู้เป็นเจ้าหรือนามที่มนุษย์เรียกอีกนามว่า อัลเลาะฮ์กำหนดให้มนุษย์มีฐานะเป็นผู้ปกครองบนพื้นพิภพหรือบนโลก เพราะพระองค์ได้สร้างพืช สัตว์ ทั้งปวง เพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์

ส่วนพุทธศาสนาไม่กล่าวถึงกำเนิดของมนุษย์ แต่กล่าวถึงการเกิดดับของจักรวาลที่มีมานับไม่ถ้วนและทุกครั้งที่จักรวาลหนึ่งดับไป จักรวาลใหม่เกิดขึ้นมา พรหม (ไม่ใช่เทวดา) จะลงมากับดินที่มีกลิ่นหอม หวานแล้วไม่อาจกลับขึ้นไปในที่เดิมได้ แต่ได้กลายเป็นมนุษย์อยู่บนโลกนี้

สาระสำคัญก็คือ มนุษย์ในทัศนะทางพุทธศาสนามีฐานะเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยกายและจิต เรียกว่า รูป นาม รูปนามนี้ไม่เที่ยง เพราะไม่มีตัวตน ไม่เป็นตัวตน เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่ เกิดขึ้นด้วยการสร้างของใคร และมนุษย์มีฐานะเป็นสัตว์โลกซึ่งหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ประกอบด้วยความรู้สึก สุขทุกข์ อันเป็นผลมาจากการปรุงแต่งจากตา หู คอ จมูก ลิ้น กาย ชั้นของสัตว์โลก มีตั้งแต่นรก เปรต อสูร กาย เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา และพรหม อันเป็นภพสูงสุดของผู้มีปัญญาและความดับ

ส่วนศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู พระพรหมเป็นผู้สร้างมนุษย์และโลก มนุษย์ของศาสนาฮินดูคล้ายกับมนุษย์ในทัศนะของพุทธศาสนา โดยมนุษย์ประกอบด้วยรูปหรือร่างกายและวิญญาณ เรียกกันทางศาสนา พราหมณ์ หรือฮินดูว่า อาตมัน

อาตมันนี้ไม่ดับสูญไปไปตามการแตกดับของร่างกาย แต่จะไปหาร่างกาย ใหม่หรือไปเกิดใหม่ได้ ขณะเดียวกันถ้าเป็นเทพหรือเทวดาชั้นสูง เช่น พระศิวะหรือพระนารายณ์ก็อาจอวตาร หรือแบ่งอาตมันนี้ลงไปเกิดในรูปใหม่ได้

ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน