ความหงุดหงิด จาก ก๊กมินตั๋ง(71) – ระยะกาลเดียวกันนี้ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ระบุว่า ขณะที่การใช้ความรุนแรงทวีขึ้นด้วยการสั่งสอนของเหมา กองทัพชาตินิยมก็เริ่มต่อต้านแบบแผนของโซเวียตที่พรรคยึดปฏิบัติ

ทหารในกองทัพมาจากหูหนานเป็นส่วนใหญ่

และพวกนายทหารซึ่งมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะรู้ข่าวว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องของตนถูกจับและถูกกระทำทารุณเหยียดหยาม ไม่ใช่เฉพาะพวกที่มีอันจะกินเท่านั้นที่ถูกทรมาน

แต่พวกพลทหารก็พลอยถูกกระทำไปด้วย

ศาสตราจารย์เฉินตุ๊ซิ่วส่งรายงานไปถึงโคมินเทิร์นในเดือนมิถุนายนว่า “แม้แต่เงินเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกพลทหารส่งกลับบ้านก็ยังถูกยึด พวกทหารจึง “ไม่พอใจถึงขีดสุด”เมื่อเห็นว่า

ผลจากการสู้รบของตนเป็นสิ่งที่นำหายนะมาสู่ครอบครัวของพวกเขาเอง

หลายคนในพรรคชาตินิยมไม่พอใจที่ผู้นำของตนยอมรับหลักการของมอสโก มาตั้งแต่แรก ในสมัยที่ซุนยัตเซ็นอ้าแขนต้อนรับพวกรัสเซียตอนต้นทศวรรษ 1920 ความแค้นเคืองของพวกเขาระอุ

หลังการประชุมใหญ่ของพรรคชาตินิยมในเดือนมกราคมปี 1926

เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีขนาดเล็กกว่ามาก (ด้วยจำนวนสมาชิกต่ำกว่า 10,000 คน) ดูจะยึดอำนาจในพรรคชาตินิยมที่มีสมาชิกหลายแสนคนไปเกือบหมด 1 ใน 3 ของผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม

256 คน ภายใต้การนำของวังจิงไว เป็นคนของพรรคคอมมิวนิสต์

อีก 1 ใน 3 เป็นพวก “เอียงซ้าย” ซึ่งมีพวกที่ฝักฝ่ายคอมมิวนิสต์อยู่อย่างลับๆ อยู่เป็นจำนวนมาก มอสโกไม่เพียงแต่ส่งม้าโทรจันซึ่งก็คือพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ามาอยู่กับฝ่ายชาตินิยมเท่านั้น

หากแต่ยังส่งจารชนเข้ามาแทรกซึมอีกมากทีเดียว

บัดนี้ กว่า 1 ปีให้หลัง การก่อจลาจลด้วยกำลังรุนแรงที่มีพรรคของตนคอยให้การ หนุนหลังอยู่เป็นเหตุให้สมาชิกสำคัญหลายคนของฝ่ายชาตินิยมลุกขึ้นมาเรียกร้องให้พรรคแยกตัว

จากมอสโกและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเสีย

วิกฤตดังกล่าวลุกลามจนถึงขั้นคับขัน วันที่ 6 เมษายน 1927 ห่างขึ้นไปทางเหนือ 1,000 กิโลเมตร ฝ่ายบริหารในปักกิ่งสั่งการให้เข้าจู่โจมสถานที่ทำการของรัสเซีย

และยึดเอกสารที่เก็บซ่อนไว้มาได้จำนวนมาก

เผยให้รู้ว่ามอสโกมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ่อนทำลายในวงกว้าง ซึ่งเป็นการกระทำที่มุ่งล้างรัฐบาลปักกิ่งเพื่อให้พวกที่อยู่ใต้อำนาจของตนขึ้นปกครองแทน เอกสารเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า

โซเวียตมีความเกี่ยวโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนอย่างลับๆ

ความจริงแล้ว หลี่ต้าเจา ผู้นำสำคัญคนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนพร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีกประมาณ 60 คนถูกจับในบริเวณพื้นที่ของรัสเซียที่พวกเขาอาศัยอยู่

ไม่นานต่อมา หลี่ต้าเจาถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

ข่าวการจู่โจมและเรื่องเอกสารเหล่านั้นถูกป่าวประกาศไปทั่ว หลักฐานที่พิสูจน์ชัดถึงการบ่อนทำลายครั้งมโหฬารของรัสเซีย นำความโกรธแค้นมาสู่ประชาชนชาวจีน

และเป็นเสมือนสัญญาณเตือนภัยสำหรับมหาอำนาจตะวันตก

หากพรรคชาตินิยมไม่ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดที่จะแยกตัวจากรัสเซียและพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็เท่ากับเสี่ยงที่จะต้องถูกมองว่ามีส่วนร่วมอยู่ในขบวนการพลิกโฉมให้ประเทศจีนกลายเป็นบริวารของรัสเซีย

สมาชิกชาตินิยมหลายคนอาจจะถึงขั้นลาออกจากพรรค

ในมุมมอง จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ต่อสถานการณ์ในต้นปี 1927 จากสถานการณ์ อันเกิดขึ้นที่พุ่งเป้าเข้าสู่รัสเซีย พุ่งเป้าเข้าสู่บทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ประชาชนทั่วไปจะต้องต่อต้าน

และมหาอำนาจตะวันตกก็แสดงมติแข็งกร้าวที่จะสนับสนุนรัฐบาลปักกิ่งอย่างเต็มที่ตอนนี้เองที่เจียงไคเช็ก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายชาตินิยมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ

วันที่ 12 เมษายน 1927 เขาออกคำสั่ง “กวาดล้าง”

อิทธิพลฝ่ายคอมมิวนิสต์ให้หมดสิ้นไปจากพรรคชาตินิยม เขากำหนดรายชื่อคอมมิวนิสต์ที่ถูกหมายหัว 197 คนซึ่งอยู่ภายใต้การนำของโบโรดินโดยมีเหมารวมอยู่ด้วย

นี่ย่อมเป็นจุดเปลี่ยนอย่างสำคัญระหว่างก๊กมินตั๋งกับคอมมิวนิสต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน