ต้องเร็วและมาก – รัฐบาลโดยศบค.เผยแพร่ข้อมูลการจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโควิด สำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด ไตวาย หลอดเลือดสมอง อ้วน มะเร็ง และเบาหวาน

ยอดการจองตั้งแต่วันที่ 1-10 พ.ค. จาก ทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวม 1.6 ล้านราย โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ลงทะเบียนจองสูงสุด 521,531 ราย ตามด้วยลำปาง 223,976 ราย และมุกดาหารน้อยที่สุด 1,117 ราย

เมื่อเทียบกับเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ 16 ล้านคน นับว่าน้อยมาก ไม่ตรงตามเป้าหมาย ทั้งที่เปิดให้ลงทะเบียนจองถึง 10 วัน โดยรัฐบาลเองก็ยอมรับน้อยเกินไป จึงเตรียมขยายเป้าหมายนอกเหนือจากกลุ่มข้างต้น

เหมือนพยายามปรับแก้ แต่มองข้าม หรือตกหล่นอะไรไปหรือไม่

ความไม่มั่นใจ ความสับสนของประชาชน เกี่ยวกับวัคซีน ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการป้องกันยับยั้ง หรือผลกระทบข้างเคียงหลังรับวัคซีน เป็นหัวข้อถกเถียงในวงกว้างอย่างแพร่หลาย

รัฐบาลได้ตระหนักหรือไม่ จากครั้งแรกประกาศใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าของอังกฤษ สำหรับ ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากวัคซีนซิโนแวคของจีนไม่เหมาะ แต่สุดท้ายกลับให้ใช้ซิโนแวคกับ ผู้สูงอายุ

เป็นที่รับรู้กันวัคซีน 2 ชนิดที่ไทยใช้อยู่ในขณะนี้มีอยู่อย่างจำกัด ยังต้องรอล็อตใหญ่เข้ามาเติม ยิ่งเมื่อเทียบคุณภาพวัคซีนของสหรัฐอเมริกา เยอรมนี รัสเซีย ยังถือว่าเป็นรอง

ทั้งประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงน้อย และการยอมรับในระดับสากล

ด้วยข้อจำกัดและความกังวลต่อวัคซีน ประชาชนไม่น้อยจึงเลือกรอวัคซีนยี่ห้ออื่น ตามที่รัฐบาลเคยรับปากไว้ ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ โมเดอร์นา ของสหรัฐ หรือสปุตนิก วี ของรัสเซีย

รวมถึงวัคซีนทางเลือกจากภาคเอกชนอีกส่วนหนึ่ง แต่เป็นที่น่าเสียดาย กรณีนี้อาจยุ่งยาก ติดเงื่อนไขตรงที่ต้องไม่ใช่วัคซีนชนิดเดียวกับที่รัฐบาลจัดหานำเข้ามา

สถานการณ์วัคซีนเร่งด่วนขณะนี้ จึงไม่ใช่แค่ความกังวลต่อยอดการจองวัคซีนน้อย ไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องขยายกลุ่มเป้าหมายฉีดให้มากขึ้น ทั้งๆ ที่วัคซีนมีอยู่อย่างจำกัดและทางเลือกน้อย ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งเครื่องจัดหาวัคซีนให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ต้องเร็ว ต้องมาก ประชาชนมีสิทธิ์เลือกเข้าถึงวัคซีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน