คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เดือน พฤษภาคม – เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นเดือนแห่งระทึกในดวงหทัยมากเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะมองจากมุมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองจากมุมของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองจากมุมของพรรคภูมิใจไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองจากมุมของ“พรรคประชาธิปัตย์”
ไม่ว่าสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ไม่ว่าสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ล้วนสัมพันธ์กับบุคคลที่ร่วมอยู่ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มากก็น้อย
อาจจากปัจจัยเช่นนี้จึงทำให้ต้องกอดกันอย่างชนิดกลมดิก
ถามว่ารากฐานของการล้อมปราบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 เป็นอย่างไร
เหมือนกับคำตอบจะอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกับคำตอบจะอยู่ในความรับผิดชอบของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
แต่ถามว่าใครเป็นคนมี“บทบาท”ในการ“ปราบ”
ถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นใคร ถามว่าผู้บัญชาการทหารบกเป็นใคร ถามว่ารองผู้บัญชาการทหารบกเป็นใคร
เรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถตอบได้ชัดถ้อยชัดคำ
ถามว่าก่อนเกิดรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ใครมีบทบาท“นำ”
คำตอบก็ชัดเจน ไม่อ้อมค้อม เพราะบทบาทในการปูทางและสร้างเงื่อนไขในการชัตดาวน์ ปิดกทม.ย่อมเป็นของมวลมหาประชาชน “กปปส.”
นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากพรรคประชาธิปัตย์
และวันนี้คนที่ขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ชัดถ้อยชัดคำว่ามาจาก พรรคภูมิใจไทย มาจากพรรคประชาธิปัตย์ มาจากพรรคชาติไทยพัฒนา
และมาจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย
เดือนพฤษภาคมจึงสำคัญและทรงความหมายสูงในทาง “การเมือง”
เป็นเดือนที่ “คนเสื้อแดง” ไม่อาจจะลืมได้ เป็นเดือนที่ “พรรคเพื่อไทย” จักต้องฟื้นรำลึกอย่างเป็นพิเศษ เพราะถูก “รัฐประหาร”และเล่นงานอย่างหนักหนาสาหัส
ทุกสายตาจึงมองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา