ยะลา – นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานด่านตรวจรอยต่อระหว่างจังหวัดประกอบด้วย ด่านตรวจลำใหม่ ด่านจุดตรวจบ้านคลองทรายใน ด่านตรวจท่าสาป และด่านตรวจขุนไวย เพื่อติดตามสถานการณ์ตามจุดตรวจต่างๆ ภายหลังจากที่ ศบค.ยะลา ประกาศออกมาตรการเข้มในการเดินทางเข้าออกพื้นที่ของจังหวัดยะลา เผยว่า จังหวัดยะลามีความจำเป็นที่จะต้องเข้มงวดในหลายมาตรการ โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางของพี่น้องประชาชนที่จะต้องมีการคัดกรองอย่างเข้มข้นก่อนที่จะเข้าสู่จังหวัดยะลา ซึ่งจะมีความเข้มงวดและเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องฝากขอโทษไปยังพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางเข้า-ออกจังหวัดยะลาช่วงนี้ อาจไม่ได้รับความสะดวก แต่ขอให้คำนึงถึงว่าความไม่สะดวกของตัวท่านคือความปลอดภัย

สำหรับด่านรอยต่อระหว่างจังหวัดในพื้นที่จังหวัดยะลามีจำนวน 11 ด่าน ประกอบด้วย ด่านขุนไวย เข้าออก-เข้าตัวจังหวัดยะลา-ปัตตานี สาย 410 ด้านคลองทราย ถนนสาย 418 ยะลา-ปัตตานี ด่านลำใหม่ ด่านวังพญา ด่านชุดทหารพรานตะโล๊ะหาลอ ด่านกองร้อยทหารพราน 4303 กาลอ ด่านจุดตรวจสาวอ ด่านจุดตรวจหน้าโรงเรียนจารังตาดง และด่านจุดตรวจทหารพรานบันนังดามา อ.กาบัง จ.ยะลา

ด้านนายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง เผยว่า ในพื้นที่เบตงกำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาตามเส้นทางธรรมชาติ เนื่องจากมีข่าวการลักลอบแรงงานไทยจากมาเลเซียเข้าประเทศผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 กำชับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลุดรอดและลักลอบเข้ามาของแรงงานไทยในมาเลเซีย

สำหรับคนไทยในมาเลเซียที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จะจำกัดจำนวนรวมทุกด่าน 300 คนต่อวัน ที่จุดผ่านแดน 4 แห่งคือ 1.สะเดา 2.สุไหงโก-ลก 3.วังประจัน และ 4.เบตง ซึ่งเป็นด่านสำคัญ

ขณะนี้ผู้เดินทางนำพาหนะเข้าประเทศไทยไม่ได้ ผู้เดินทางชาวไทยต้องแสดงเอกสารในการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย มีหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ออกให้ ผู้เดินทางต้องลงนามยินยอมรับเงื่อนไขการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วันในสถานที่กักตัวที่ทางราชการกำหนด และใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง โดยในใบรับรองแพทย์ต้องระบุข้อความ Fit to TravelŽ และมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน