เตือนภัย จาก เจียงไคเช็ก(78) – และแล้วโฉมหน้าต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์ของเจียงไคเช็กก็ยิ่งสำแดงออกมาอย่างเปิดเผยมากขึ้น โดยการเสนอให้ย้ายคณะกรรมการกลางพรรคก๊กมินตั๋งและรัฐบาลประชาชาติ
จากหวู่ฮั่นไปอยู่ที่หนานซางอย่างฉับพลัน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1927 เจียงไคเช็ก กล่าวสุนทรพจน์ ณ กองบัญชาการใหญ่เมืองหนานซาง ออกมาว่า “ข้าพเจ้า คือ ผู้นำการปฏิวัติของประเทศจีน” และระบุด้วยว่า
“ฉะนั้น สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มีสิ่งใดไม่ถูกต้อง
มีพฤติกรรมแข็งกร้าว ร้าวราน ข้าพเจ้ามีหน้าที่และอำนาจเข้าไปเกี่ยวข้องและลงโทษในทางกฎหมาย” หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือปราบปรามพลังปฏิวัติของกรรมกรชาวนาอย่างเปิดเผย
เห็นได้จากในวันที่ 6 มีนาคม 1927
เสี้ยมสอนให้กองพลที่ 1 ของกองทัพปฏิวัติประชาชาติซึ่งประจำการในเจียงซี วางแผนลวงฆ่าเสินจั้งเสียน รองประธานกรรมการสหสมาคมมณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
สะท้อนให้เห็นว่าเจียงไคเช็คเริ่มไม่ไว้หน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ระหว่างวันที่ 10-17 มีนาคม 1927 พรรคก๊กมินตั๋งเปิดการประชุมทั่วประเทศครั้งที่ 3 สมัยที่ 2 ที่หวู่ฮั่น เนื่อง จากผู้นำบางคนของพรรคไม่ยินยอมให้เจียงไคเช็กดำเนินการปกครองแบบเผด็จการ
จึงได้ยับยั้งข้อเสนอเกี่ยวกับการย้ายเมืองหลวงไปอยู่หนานซาง
ได้ผ่านมติให้รักษานโยบายใหญ่ 3 ประการของซุนยัตเซ็น ยกระดับอำนาจพรรคให้สูงขึ้น คัดค้านเผด็จการทางทหาร เป็นต้น ขณะเดียวกัน ก็เปลี่ยนแปลงระบบการนำ
เพิกถอนตำแหน่งของเจียงไคเช็กที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารกลางของพรรค
แต่เนื่องจากขณะนั้นเจียงไคเช็กยึดกุมอำนาจการทหารที่สำคัญๆไว้ได้แล้ว เพียงแต่อาศัยการผ่านมติ”ยกระดับอำนาจพรรค” จึงไร้ประโยชน์ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้
ยิ่งกว่านั้น เจียงไคเช็กยังเคลื่อนไหวรุกคืบไปอย่างดุเดือด
วันที่ 16 มีนาคม จากหนานซางถึงจิ่วเจียงเขายุยงพวกนักเลงอันธพาล ทุบทำลายองค์กรพรรคเมืองจิ่วเจียงซึ่งปีกซ้ายก๊กมินตั๋งครองความได้เปรียบและสหสมาคมกรรมกรจิ่วเจียง
ตาย 3 คนในองค์กรพรรค ตาย 1 คนในสหสมาคมกรรมกร
จากนั้น เจียงไคเช็กนั่งเรือรบล่องมาทางตะวันออกสู่อานซิ่ง วันที่ 23 เมษายน ยุยงพวกเหล่าร้ายทุบทำลาย องค์กรพรรคมณฑลอานฮุยและสหสมาคมกรรมกรซึ่งอยู่ใต้การนำของปีกซ้ายก๊กมินตั๋งในอานซิ่ง
อันธพาลหลายคนกล่าวอย่างคึกคะนองว่า
“พวกเราติดต่อกับ”ตาเฒ่า” เรียบร้อยแล้ว เราไปถึงที่ไหนจะตีป่าในที่นั้น โดยเฉพาะเจาะจงโค่นล้มพวกแดง” เห็นได้จากบทความของโก๊ะโมะโย๊ะ รองประธานสูงสุดฝ่ายการเมืองกองทัพปฏิวัติประชาชาติ
เรื่อง”โปรดดูเจียงไคเช็กในวันนี้”จากสภาพความเหี้ยมโหดในจิ่วเจียง อานซิ่ง
บทความที่ปรากฏในวันที่ 9 เมษายน ได้สรุปออกมาว่า “เจียงไคเช็ก คือนักเลงหัวไม้ เจ้าพ่อท้องถิ่น พวกคหบดีอันธพาล ขุนนางข้าราชการทุจริต ขุนศึกขายชาติ
เป็นศูนย์พลังของอิทธิพลต่อต้านการปฏิวัติ-พวกปฏิกิริยาทั้งมวล”
ทั้งยังเน้นย้ำอย่างหนักแน่นและจริงจังในบทความเดียวกันนี้อีกด้วยว่า “เจียงไคเช็กเป็นบุคคลอันตรายภายในพรรคก๊กมินตั๋ง ยิ่งกว่าศัตรูนอกพรรคเสียอีก”
นั่นคือ ภาพและการเคลื่อนไหวของเจียงไคเช็คในต้นเดือนเมษายน 1927
ข้อน่าสนใจอยู่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีท่าทีและการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคก๊กมินตั๋งและต่อการพยายามรุกคืบอย่างเต็มเรี่ยวแรงจากเจียงไคเช็ก
กรรมการเขตกว่างตงได้สังเกตภยันตรายเช่นนี้กำลังมาถึงแล้ว
รายงานการเมืองซึ่งมอบให้แก่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1926 ชี้ว่า ไม่สามารถคาดหวังขุนศึกใหม่จะร่วมมือกับพวกเราได้ในระยะยาว
ดังนั้น ต้องเตรียมกำลังของเราให้พร้อม จัดตั้งมวลชนเสริมอิทธิพลของประชาชนให้แข็งแกร่ง
พวกเราพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่จืดชืด ควรพยายามระงับยับยั้งการอุบัติขึ้นของการต่อสู้ที่ใหญ่โต ขณะเดียวกัน ก็พยายามเตรียมพลังการจลาจลครั้งใหญ่ครั้งใหญ่ทั่วทุกด้านอย่างเต็มที่
ต้องสามารถมีพลังมหาศาลเช่นนี้ หากระเบิดการต่อสู้เมื่อใดเราจึงจะมีความหวังได้ชัยชนะ