ภณ ไม่เคยทิ้งโอกาส 6ปีเส้นทางบันเทิงค่อยๆก้าว – ฟาดบท ‘ชลันธร’ ในละคร “พราวมุก” ได้ปังถูกใจ แถมยังรีเทิร์นจับคู่จิ้นกับนางเอกสาว ‘บัว’ นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ ทำแฟนๆ ฟินอีกต่างหาก สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘ภณ’ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ จิ้นกับนางเอกยังไม่พอ หนุ่มภณยังมาจับคู่จิ้นกับพระรองสุดหล่อ อย่าง ‘กระทิง’ ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ ทำเอาสาวกสายวายชอบอกชอบใจ
วันนี้มีโอกาสได้เปิดใจหนุ่มภณถึงบทบาทในละครดังกล่าว พร้อมอัพเดตเรื่องงานและความรัก โดยนัดแนะพูดคุยกันที่ MESTYLE MUSEUM HOTEL
คาแร็กเตอร์ในละคร “พราวมุก” เป็นอย่างไร?
ภณ – “ผมรับบทเป็น ชลันธรมีความมั่นใจในตัวเองไม่ชอบถูกบังคับ พ่อกับพี่สาวชอบบังคับให้ทำนู่นทำนี่ เลยแสดงออกด้วยการประชด ทำเหมือนตัวเองไม่เก่ง ไม่เอาไหน”

อีกเรื่องหนึ่งที่คนพูดถึงมาก กับความเป็นคนเจ้าชู้ เพลย์บอย?
ภณ – “ถามว่าไกลตัวมั้ย ก็ไกลนิดนึงครับ (หัวเราะ) จริงๆ ผมเป็นคนเรียบร้อย หว่านเสน่ห์หน่อยๆ แต่ไม่ใช่เจ้าชู้นะครับ ผมก็พยายามเล่นออกมาให้ดีที่สุด ทำการบ้านหาเรฟเฟอเรนซ์ ตัวชลันธรมันก็มีความต่าง และจุดเหมือนเราบ้าง แต่ความเจ้าชู้มั่นหน้าไม่ใช่ตัวเราเลย (ยิ้ม) ผมมีความมั่นใจแต่ไม่ใช่ความมั่นหน้าขนาดนั้น”
เป็นการกลับมาร่วมงานกับ บัว นลินทิพย์ อีกครั้งในรอบ 3 ปี?
ภณ – “ครับ ยังเหมือนเดิม คือเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี เล่นรับส่งกันดี สนุกครับ เราถ่ายทำเรื่องนี้ด้วยกันนานพอสมควร ก็มีบางเรื่องที่รู้เพิ่มมากขึ้น ในเรื่องเราไม่ชอบเขา เขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราต้องเลิกกับแฟน เราเลยปักใจไม่ชอบเขา อยากให้พราวมุกออกไปจากชีวิต แล้วยิ่งเขาต้องมาแต่งงานกับเรา ครอบครัวเขาล้มละลาย เรามีความเชื่อว่าเขาแต่งงานกับเราเพื่อเงิน ยิ่งเกลียดเขามากกว่าเดิม เลยไม่ถูกกัน แต่ก็มีความห่วงใยบ้าง เพราะอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก เป็นความผูกพัน สมมติพราวมุกเจ็บ ชลันธรก็จะคอยดูแลคอยห่วง ซึ่งนิสัยตรงนี้ส่งผลมาถึงปัจจุบันด้วย”
จากเรื่อง “ตราบาปสีชมพู” มาเล่นด้วยกันอีกใน “พราวมุก” มีความแตกต่างอย่างไรบ้าง?
ภณ – “แตกต่างครับ พราวมุกเป็นเรื่องราวที่มี ความโตขึ้น ตราบาปสีชมพูจะมีความใสๆ นิดนึง มีความน่ารักๆ ชีวิตที่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่พราวมุก เป็นเรื่องราวที่โตขึ้นชีวิตหลังแต่งงานแล้ว จะมีความฟินอีกแบบหนึ่ง”
เลิฟซีนเยอะกว่าเดิมไหม?
ภณ – “มันเป็นเลิฟซีนอีกแบบหนึ่ง เป็นความฟินที่ไม่ใช่ว่ามานั่งจู๋จี๋กัน เป็นความฟินที่ได้ออกแรง มีความคู่กัด มีปะทะกันทั้งคำพูดและร่างกาย เหมือนต่อยมวยกันเลย มวยถูกคู่ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นจากเรื่องที่แล้วครับ”
เปิดฉากสวยๆ บรรยากาศไปถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นอย่างไร?
ภณ – “ไปถ่ายทำที่เกาหลีใต้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง บรรยากาศดี สวย คือโทนภาพ สีต่างๆ ที่เกาหลีสวยอยู่แล้วพอถ่ายออกมาแล้วสวยมากๆ อากาศก็หนาวด้วย ยังมีพาร์ตที่เกาหลีอีกช่วงประมาณกลางเรื่อง จะเป็นเพราะเหตุใดต้องติดตาม ความสนุกจะเพิ่มขึ้นทุกตอนเลยครับ”
เคมี ‘ภณ-บัว’ จากเรื่องที่แล้วประสบความสำเร็จ รอคอยมา 3 ปี กดดันไหมกับความคาดหวังของแฟนๆ?
ภณ – “ผมกดดันตั้งแต่ช่วงที่รู้ว่าต้องเล่นด้วยกันแล้ว เพราะตราบาปสีชมพูคนพูดถึงเยอะ คนคาดหวังเยอะ แล้วพอเราได้มาเล่นด้วยกันอีกก็อยากทำให้มันออกมาดีที่สุด ก็กดดันเล็กๆ แต่ไม่ถึงกับกดดันตัวเองมากๆ พอผลงานออกมาแล้วคนชื่นชมเราก็ดีใจ สบายใจแล้ว (ยิ้ม)”

นอกจากความจิ้นของคู่ ‘ภณ-บัว’ ยังมีอีกหนึ่งเคมีที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ‘ภณ-กระทิง’?
ภณ – “ผมกับกระทิงสนิทกันครับ เราเล่นไปแบบหยอกล้อกัน ในบทบางทีเขียนมาเท่านี้แต่ด้วยความที่สนิทกันเราก็เล่นใส่อะไรเข้าไปนิดนึงให้มีความน่ารักแล้วมันก็เกิดเคมีบางอย่างขึ้น ตอนแรกผมก็ยังไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ เพราะแข่งกับเวลา พอเห็นทีเซอร์ออกมา เฮ้ยเราเล่นแบบนี้เลยหรอเนี่ย (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่าได้อยู่นะ”
มีกลิ่นวายนิดๆ?
ภณ – “ใช่ๆ ตอนเล่นเองผมก็ใส่เข้าไปเท่าที่ใส่ได้ให้มีความ น่าสนใจมากขึ้น แต่พอผมดูตัวเองเล่นก็ขนลุกนะ เล่นไปได้ไงเนี่ย (หัวเราะ) เพราะเราสนิทกัน ก็กล้าเล่น”
ในเรื่องเป็นเพื่อนสนิทกัน ซึ่งมีฉากจูบกับกระทิงด้วย?
ภณ – “ในบทมันมีจริงๆ ครับ ในเรื่องเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ตั้งแต่แรกเราสนใจผู้หญิงคนเดียวกัน แต่พอเป็นเพื่อนสนิทเราจะมีข้อตกลงกันว่าจะไม่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน พอตอนนี้เรารู้ว่าบัวคือพราวมุก เราจะไม่ชอบพราวมุก ส่วนกระทิงพอรู้ว่าเราไม่ชอบพราวมุกแล้วก็เลยเดินหน้าจีบ ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลทำให้เราเริ่มรู้สึกแปลกๆ เริ่มรู้ใจตัวเอง เรื่องนี้ครบรสครับ ดราม่าคอมเมดี้บู๊ก็มี”
พี่ไก่ วรายุฑ ชมฝีมือการแสดงพัฒนาขึ้นจากเรื่องที่แล้ว?
ภณ – “ก็พยายามทำเต็มที่ครับ เล่นไปตามอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ถ้ามันไม่ได้เราก็พยายามทำ ให้มันได้คอยปรึกษาพี่นาย (สรัสวดี) ผู้กำกับฯ อยู่ตลอด ก็รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีหลายจุดพอสมควรที่มองเห็นว่าจะนำไปพัฒนาในเรื่องต่อไปได้ด้วย”
ได้เห็นฟีดแบ็กแฟนละครแล้วส่วนใหญ่พูดถึงเรายังไงบ้าง?
ภณ – “ส่วนมากเขาจะอินไปกับตัวละครที่เราเล่น ผมรู้สึกว่าอย่างน้อยเขาพูดถึงตัวละครที่เราเล่น แสดงว่าเราทำให้คนดูเชื่อได้ว่า เราเป็นชลันธรจริงๆ เขาจะพูดกันว่า มั่นหน้ามาก เห็นแล้วก็ดีใจที่เขาอินไปกับบทบาทที่เราเล่น ตัวตนจริงๆ ของเราเป็นคนมั่นใจแต่ไม่ถึงขนาดหลงตัวเอง แต่กับชลันธรจะมั่นใจในตัวเองสูงมากๆ ด้วยความเพลย์บอยของเขา จู่โจมเข้าหา ผู้หญิงที่ชอบเร็วมาก แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น คือผมจะเป็นคนที่แบบต้องรู้จักและสนิทกันก่อน”
มีอีกหลายเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่?
ภณ – “ที่ถ่ายทำใกล้จะปิดกล้องแล้ว แต่ยังอยู่ในช่วงที่เปิดกองไม่ได้ เพราะติดโควิด มีเรื่อง เก็บแผ่นดิน เหลืออีก 6 คิว ยังถ่ายไม่ได้ เพราะต้องใช้คนเยอะมาก และเรื่อง คู่เวร เล่นกับแพทริเซีย และมีอีกเรื่องที่ฟิตติ้งไปแล้ว สะใภ้สายสตรอง เล่นกับณิชา (ณัฏฐณิชา)”
ผลงานแน่นต่อเนื่องกลายเป็นพระเอกลูกรักช่อง 3 อีกคนไปแล้ว?
ภณ – “ผมมองว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ซึ่งผมเป็นคนที่ ถ้ามีโอกาสเข้ามา ผมก็ไขว่คว้าไว้อยู่แล้ว ไม่ทิ้งโอกาสไป แล้วก็ ทำเต็มที่ทุกผลงานที่ได้ รับมา ผมโชคดีที่เรื่องที่ผ่านมา คาแร็กเตอร์ที่ได้รับค่อนข้างจะ ไม่ซ้ำกันเลย เรารับบทนั้นมาแล้วใส่เสน่ห์ให้กับตัวละครที่ได้รับให้มีความน่าสนใจมากขึ้น”
เพิ่งต่อสัญญากับช่องไป?
ภณ – “เพิ่งต่อไปประมาณหนึ่งเลย เป็นบ้านหลังแรกที่ให้ความอบอุ่น ให้โอกาสผมได้พัฒนาตัวเองและทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด ขอบคุณแฟนๆที่ติดตามทุกผลงานและชื่นชอบในตัวภณ อยากให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ จะทำผลงานที่ดีและพัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อทุกคน อยากขอบคุณทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกำลังใจหรือเซอร์ไพรส์ต่างๆ ช่วยโปรโมตในทุกช่องทาง ทุกคนเป็นทีมเวิร์กที่ดีมาก และเป็นกำลังใจที่ดีให้ภณมากครับ”
ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี ในเส้นทางวงการบันเทิงของภณ มองว่าเราไปถึงจุดไหนแล้ว เป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้หรือยัง?
ภณ – “ผมมองว่าเหมือนเรากำลังค่อยๆ เดินขึ้นบันไดทีละขั้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้ก้าวกระโดดอะไรมาก ค่อยๆ เพิ่มสั่งสมประสบการณ์ความสามารถไปเรื่อยๆ ส่วนเป้าหมายของผมคือ อยากทำทุกผลงานให้ออกมาดี อย่างเรื่องของการแสดง อยากเล่นบทที่ไม่เคยเล่น ได้รับบทยากๆ แล้วเล่นทำให้คนดูเชื่อได้ อย่างเรื่อง เก็บแผ่นดิน เป็นอีกบทบาทที่ท้าทายของผม เล่นเป็นทหาร ต้องคีฟ คาแร็กเตอร์อยู่ตลอดเวลา เพราะเราใส่เครื่องแบบอยู่ ซึ่งแตกต่างจาก ชลันธร มาก คนละขั้วเลย ผมถ่ายสองเรื่องพร้อมๆ กัน เก็บแผ่นดินกับ พราวมุก ตื่นขึ้นมาผมต้องตั้งสติและพูดกับตัวเองว่า วันนี้ฉันเล่นเป็นตัวละครตัวนี้นะ เพราะสองคาแร็กเตอร์ที่เล่นมันต่างกันมาก”
เล่นละครแต่ละครั้ง คุณแม่ (ชณุตพร วิศิษฏ โสภณ) ที่เคยเป็นนักแสดงมาก่อน มีคอมเมนต์ยังไงบ้าง?
ภณ – “ส่วนมากคุณแม่จะพูดเรื่องอินเนอร์ เพราะผมเป็นคนตาโต อยากให้สื่ออารมณ์ออกมาชัดๆ ถ้าอินเนอร์ไม่ชัดมันก็จะแสดงออกมาไม่ชัด จุดเด่นเราอยู่ที่ดวงตา ถ้าเราเล่นมีอินเนอร์เยอะมันก็จะออกมาดี แต่ถ้าเล่นไม่ชัดมันก็จะออกมาไม่ชัด มันก็เหมือนเป็นดาบสองคม”

แสดงว่าคุณแม่ดูละครทุกเรื่องของเรา?
ภณ – “ทุกเรื่องครับ ก็มีคอมเมนต์บ้าง แต่ถ้าคอมเมนต์จริงๆ คือพี่ชาย เพราะพี่ชายชอบดู ก็ดูกันทั้งบ้าน สมมติจบซีนนี้ปุ๊บ พี่ชายจะบอกว่า ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้าง มีอะไรที่น่าจะปรับปรุงได้ เราก็เห็นด้วย ส่วนคุณพ่อผมตอนแรกก็ไม่ได้หวังว่าเราจะมาเส้นทางนี้ ก็งงเหมือนกันว่ามาได้ยังไง แต่พ่อก็บอกว่าก็ดีนะ ค่อยๆ พัฒนาทุกๆ เรื่อง ส่วนมากจะคอมเมนต์แบบนี้ อย่างเรื่อง เก็บแผ่นดิน พ่อ(พลตำรวจตรีทัตต์ธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์) ซึ่งเป็นตำรวจก็จะให้คำแนะนำเรื่องลุกส์ท่าทาง การยืนตรง วันทยหัตถ์ มีการเทรนด์ตั้งแต่ฟิตติ้งแล้วเพื่อให้มีความสมจริง”
ถามถึงเรื่องความรักหน่อย?
ภณ – “โสดครับ”
กับบัว หลายคนเชียร์ อยากให้เป็นแฟน กัน?
ภณ – “ผมว่าเราร่วมงานกันมันก็แฮปปี้แล้วนะ ทำงานด้วยกัน ไม่ได้คิดอะไร สบายๆ เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
แล้วบัวตรงสเป๊กไหม?
ภณ – “ก็มีส่วนตรงครับ ตรงที่เป็นคนยิ้มง่าย เวลายิ้มแล้วทำให้สว่าง”
สาวในอนาคต ที่จะสามารถกุมหัวใจภณได้ ต้องเป็นคนแบบไหน?
ภณ – “เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อารมณ์ดี ถ้าอยู่ด้วยแล้วเครียดก็ไม่ดี คือผมไม่ได้มีสเป๊กตายตัว ขอแค่อยู่ด้วยแล้วอารมณ์ดีครับ”
วีรนุช จันทำ