สถานการณ์ 12 เมษายน (83) – วันที่ 5 เมษายน 1927 เฉินตุ๊ซิ่วกับวังจิงไวร่วมกันออกแถลงการณ์ระบุว่า กรณีผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งจะขับไล่พรรคคอมมิวนิสต์ จะกดขี่บีบรัดสมาคมกรรมกรและหน่วยรักษาการณ์ของกรรมกร

เป็น “ข่าวลือ” โดย “มิรู้ว่ามาจากที่ใด”

จึงขอร้องให้ทุกคน “ละทิ้งความหวาดระแวงทันที” อย่าได้หลงเชื่อต่อข่าวลือใดๆ ขอให้มีความเคารพนับถือต่อกันและกัน มีเรื่องอะไรก็ควรปรึกษาหารือกันอย่างตรงไปตรงมา

แถลงการณ์นี้ส่งผลให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ส่วนหนึ่งคลายความระแวดระวัง

หลังออกแถลงการณ์ทั้งเฉินตุ๊ซิ่วและวังจิงไวก็ออกเดินทางไปยังหวู่ฮั่นพร้อมกัน ขณะที่องค์การนำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ย้ายจากเซี่ยงไฮ้ไปยังหวู่ฮั่น

ในเวลารุ่งอรุณของวันที่ 12 เมษายน ก็เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

เจียงไคเช็กลงมือเปิดฉากก่อรัฐประหารต่อต้านปฏิวัติในเซี่ยงไฮ้อย่างฉับพลัน นักเลงอันธพาลติดอาวุธจำนวนมากซึ่งมีการเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วได้เปิดปฏิบัติการ

จะขอยกรายละเอียดจากหนังสือ “กองทัพแดง” ให้อ่าน

นักเลงอันธพาลติดอาวุธจำนวนมากพุ่งถลันออกจากเขตเช่าแยกย้ายกันเปิดฉากจู่โจมหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยฝ่ายกรรมกรของสหสมาคมกรรมกรเซี่ยงไฮ้อย่างฉับพลัน

หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของกรรมกรทำการต่อต้านสุดความสามารถในทันที

ขณะเดียวกัน กองทัพที่ 26 ของกองทัพปฏิวัติประชาชาติ (เดิมเป็นกองทหารของขุนศึกซุนจวนฟางซึ่งได้ผ่านการจัดขบวนใหม่จากเจียงไคเช็ก) ก็ยกมาถึง

อ้างการไกล่เกลี่ยเพื่อปลดอาวุธของพวกนักเลงอันธพาล

หน่วยรักษาการณ์ของกรรมกรหลงเชื่อคำหลอกลวงนี้จึงเปิดประตูใหญ่ต้อนรับ ในที่สุด ก็ถูกบังคับให้ปลดอาวุธในสภาพที่มิได้เตรียมการและอยู่ในความคาดหมายแต่อย่างใด

ขณะที่สมาชิกหน่วยรักษาการณ์ของกรรมกรจำนวนหนึ่งยังดำเนินการต่อต้าน

แต่เนื่องจากมีกำลังน้อยกว่า จึงประสบความพ่ายแพ้ วางโซ่วหวา ประธานคณะกรรมการสหสมาคมกรรมกรเซี่ยงไฮ้และเป็นสมาชิกพรรคได้ถูกตู้เยว่เซิงหลอกล่อไปประทุษร้ายก่อนหน้านี้ 1 วัน

นั่นคือ สภาพโดยรวมของเหตุการณ์ในวันที่ 12 เมษายน

เช้าวันที่ 13 เมษายน กรรมกรและชาวเมืองจำนวน 100,000 คนเปิดการประชุมมวลชน ภายหลังการประชุมก็ตัดสินใจออกเดินขบวนเพื่อแสดงพลังอย่างเป็นระเบียบ ขอร้องให้ปล่อยตัวเพื่อกรรมกรที่ถูกจับ

นำอาวุธปืนซึ่งยึดไว้ส่งคืนให้หน่วยรักษาความสงบ

ขณะที่มวลชนเรือนแสนเคลื่อนขบวนเข้าสู่ถนนป่าวซาน ในฉับพลันทันใดนั้นกองทัพที่ 26 ก็พุ่งถลันออกจากที่ซุ่มซ่อนใช้ปืนยิงกราดเข้าใส่มวลชน

เป็นเหตุให้มีผู้ถูกยิงตายกว่า 100 คน บาดเจ็บจำนวนนับไม่ถ้วน

สืบต่อจากปฏิบัติการในเซี่ยงไฮ้ เมืองอื่นๆ เช่น เจียงซู เจ๋อเจียง อานฮุย ฝู่เจี้ยน กว่างตง กวางซี เป็นต้น ก็ใช้คำขวัญ “การชำระสะสางพรรค” เป็นข้ออ้างทำการค้นหา

ฆ่าฟันสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์และมวลชนปฏิวัติขนานใหญ่

เฉพาะกว่างตงแห่งเดียวผู้ที่ถูกจับไปฆ่าฟันทำร้ายมีถึง 2,000 กว่าคน ในจำนวนนี้มีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์อันลือนาม เช่น เซียวฉู่หนี โลงสง เป็นต้น รวมอยู่ด้วย

ถามว่าบทบาทของเจียงไคเช็กเป็นอย่างไร

วันที่ 18 เมษายน เจียงไคเช็กก่อตั้ง “รัฐบาลประชาชาติ” ใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของชนชั้นเจ้าที่ดินใหญ่ นายทุนใหญ่ในหนานกิง โดยเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลประชาชาติของหวู่ฮั่น

ส่วนหยานซีซานในซานซี หลิวเซียงในสื้อชวนก็ดำเนินการ “ชำระสะสางพรรค” ตาม

ส่วนจางจั้วหลิน ขุนศึกภาคเหนือทางด้านตะวันออกก็จับกุมและฆ่าฟันสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จำนวนมากเช่นเดียวกับที่เซี่ยงไฮ้ กว่างตง เจียงซู เจ๋อเจียง เป็นต้น

วันที่ 28 เมษายน ที่ปักกิ่ง

หลี่ต้าเจา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ร่วมกับเฉินตุ๊ซิ่วได้ถูกประหารชีวิต อันเท่ากับเป็นการคิดบัญชีต่อพรรคคอมมิวนิสต์และสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง

นี่คือการสูญเสียและส่งผลสะเทือนเป็นอย่างสูงต่อขบวนการของการปฏิวัติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน