สวนร่มบุญ นครปฐมแหล่งเกษตรไร้สารพิษ – เอ่ยชื่อ “สวนร่มบุญ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ดอนรวก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม บรรดาลูกศิษย์ “หมอเขียว” ดร.ใจเพชร กล้าจน ย่อมจะรู้จักกันดี เพราะที่นี่ใช่จะเป็นแหล่งใหญ่ใน การผลิตพืชผักอินทรีย์เท่านั้น ยังเป็นค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ค่ายโฮมสเตย์ เพื่อเรียนรู้การทำอาหารและกสิกรรมไร้สารพิษ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมาใช้บริการ กันมาแล้ว ขณะที่บางคนแวะเวียนมาซื้อผลผลิตในราคาเป็นกันเอง และยังได้นำผลิตภัณฑ์ในเครือข่ายมาร่วมจำหน่ายด้วย แต่ละช่วงจะมีพืชผักผลไม้แตกต่าง กันไป ส่วนที่มีให้ซื้อหากันตลอดก็มีพวกกล้วยน้ำว้า และมะละกอ ฯลฯ ที่มีรสชาติอร่อยเพราะไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ ใช้แต่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพ

หลายวันก่อนมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนสวนแห่งนี้ “คุณสุริยา ลิ่มทอง” ผู้ดูแลสวนเล่าว่า สวนร่มบุญมีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ปลูกทั้ง พืชสวนและพืชไร่ เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้ง และวอเตอร์เครส ผลไม้ก็มีทั้ง พุทรา ข้าวโพด ฝรั่งและมะละกอ

ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม เจ้าของสวนคือ คุณภัคธร คุ้มกิตติพร เป็นลูกศิษย์ของหมอเขียว ซึ่งหมอเขียวต้องการให้สวนปลูกผักไร้สารเคมี เพื่อส่งเข้าไปในค่ายของแพทย์วิถีธรรมที่จัดค่ายเพื่อรักษาและช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยในทางศาสตร์ของแพทย์วิถีธรรม ก่อนหน้านี้ช่วงที่ยังไม่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางสวนจะจัดค่ายอย่างต่อเนื่อง แต่พอเจอโรคดังกล่าว จะเป็นต้องยกเลิกไปก่อน

สำหรับคุณภัคธรปัจจุบันทำหน้าที่อาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง สาเหตุหนึ่งที่เขามามุ่งทำสวนเกษตรอินทรีย์เพราะในอดีตเคยมีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 7 เส้น และยังเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ต่อมาได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม และรักษาด้วยวิธีการของแพทย์ วิถีธรรม ทำให้หายจากอาการป่วยทั้งหลาย จึงอุทิศตัวทำเพื่อสังคม และใช้ที่ดินผืนนี้มาปลูกพืชผักปลอดสาร เพื่อให้ผู้คนได้กินพืชผักผลไม้ที่ปลอดภัยซึ่งดีทั้งคนกินและคนปลูก พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ผู้คนได้มาศึกษาการทำเกษตรแบบไร้สารพิษ

ในเนื้อที่ 10 ไร่นี้ แบ่งเนื้อที่ 2 งานเพื่อปลูก วอเตอร์เครสฮาวาย หรือ วอเตอร์เครสใบใหญ่ (บางแห่งเรียกผักเป็ด) คุณสุริยาอธิบายสาเหตุที่ปลูกเยอะว่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด โดยส่งขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ที่สันติอโศก ซอยนวมินทร์ 46 กทม. ลูกค้าต้องการประมาณอาทิตย์ละ 50-100 กิโลกรัม(ก.ก.) เพราะเป็นผักที่มีประโยชน์ ทำเมนูได้หลากหลายทั้งน้ำผักปั่น แกงจืด นำไปผัดหรือทานสดก็ได้ชุบแป้งทอดจิ้มกับน้ำจิ้มไก่สำหรับ เด็กๆ ที่ไม่ชอบกินผัก หรือใช้เป็นผักสลัดชนิดหนึ่งมีรสจืด กินง่าย เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ขายอยู่ที่ก.ก.ละ 70-100 บาท ลูกค้าหลายคนซื้อไปเพื่อไปปั่นน้ำกิน

สำหรับการปลูกใช้กิ่งยอดที่เพิ่งแตกอ่อนใหม่ๆ หรือเป็นกิ่งที่ชำกับทรายใหม่ๆ ให้รากขึ้นมานิดหน่อย แต่อย่าใช้กิ่งแก่ ถ้าเป็นกิ่งแก่พอนำไปปลูก ยอดที่แตกออกมาจะแก่และเหนียว การปลูกมุงด้วยสแลนต์ เพราะครั้งแรกที่ปลูกไม่ได้มุงสแลนต์ทำให้โดนแดดจัดๆใบจะเหนียวไว พอมุงสแลนต์ให้แก่ช้าลง ใบจะนุ่ม ที่นี่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งขี้หมู ขี้เป็ด และขี้ไก่ บางใบกว้าง 3-4 นิ้ว

วอเตอร์เครสเป็นพืชที่ปลูกง่าย ชอบน้ำ อย่างที่นี่รดน้ำ 3 ครั้ง เช้า เที่ยง เย็น ไม่ค่อยมีศัตรูพืชและโรคเท่าไหร่ อาจมีหนอนหรือเพลี้ยบ้าง แต่ใช้วิธีเด็ดทิ้งให้เหลือแต่โคน รอบๆ ต้นก็ใส่ปุ๋ย ต้นก็จะแตกขึ้นมาใหม่ ปลูกเสร็จไม่เกินหนึ่งเดือนทยอยเก็บได้แล้วเพราะแตกไวมาก

ยิ่งถ้าใส่ขี้หมู หากไม่มีขี้หมูไบโอก็ใช้เป็นขี้หมูที่เรียกว่า สุกรขุน แต่พรมน้ำให้ชื้นแล้วค่อยกลับกอง เพื่อให้มันคลายความร้อนก่อนเพราะถ้านำมาใส่ผักเลยจะตายเพราะอากาศร้อน ส่วนการเก็บแนะนำให้หักด้วยมือ ไม่แนะนำให้ใช้มีดตัดเพราะถ้าใช้มีดตัดการแตกขึ้นมาใหม่ของต้นจะช้ากว่าที่หักด้วยมือ

ทั้งนี้ ในพื้นที่ปลูก 1 งาน มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 1-2 หมื่นบาท ซึ่งวอเตอร์เครสปลูกง่ายเหมาะสำหรับคนที่อยากปลูกเป็น รายได้เสริม หรือรายได้หลักก็ได้ถ้าสามารถหาตลาดรองรับได้ เพราะตอนนี้ผู้คนสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ที่สำคัญวอเตอร์เครสทำอาหารได้หลากหลายแม้ผู้ไม่มีความรู้ด้านการเกษตรก็ปลูกได้ และยังปลูกได้ทุกฤดู แต่หน้าร้อนแนะนำปลูกรอบๆต้นไม้ใหญ่กรณีไม่มีสแลน เนื่องจากวอเตอร์เครสไม่ชอบแดดจัดมาก ประมาณสัก 70% ก็พอ

คุณสุริยาให้คำแนะนำกรณีคนในเมืองหรือคนที่ไม่มีที่ดินเยอะๆอยากปลูกวอเตอร์เครสว่า อยู่คอนโดฯ หรือบ้านจัดสรรที่พื้นที่เพาะปลูกอาจมีน้อยหรือไม่มีเลยก็ปลูกแบบเป็นกระเช้าแขวนห้อยไว้ตรงรั้วหรือระเบียงที่บ้านก็ได้ พอประมาณ 5-6 เดือนแนะนำให้หักยอดแล้วปลูกใหม่ต่อเพราะพอตอของต้นวอเตอร์เครสเริ่มแก่แล้วใบจะเริ่มเล็ก ถึงแม้ว่าจะใส่ปุ๋ยแล้วก็ตาม ดังนั้นต้องเปลี่ยนดินปักปลูกใหม่

แม้สวนร่มบุญปลูกวอเตอร์เครสค่อนข้างเยอะ แต่ก็ปลูกพืชผัก สวนครัวและผลไม้นานาชนิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นมะเขือ พริก แตงกวา มะเขือเทศ ฟักทอง รวมทั้งเห็ด และแตงโม

ฉะนั้นผลผลิตของที่นี่จึงมีทุกวันสลับหมุนเวียนกันไป ถ้าใคร ได้กินผลไม้ของสวนร่มบุญจะติดใจเพราะรสชาติหวานอร่อยแบบธรรมชาติ สนใจต้องการซื้อผลผลิตอินทรีย์หรืออยากเข้าไปชมสวน ติดต่อสอบถามได้ที่ 08-1809-1990 หรือ 08-1019-8980

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน