โควิดมาเลย์พุ่งอีก-ไต้หวันดับอื้อ – วันที่ 26 พ.ค. รอยเตอร์รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในเอเชียที่ยังวิกฤตต่อเนื่อง รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถรับมือกับการระบาดได้เป็นอย่างดีและ มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา หลายประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนกลับมีตัวเลขผู้ป่วยรายวันพุ่งพรวด โดยเฉพาะมาเลเซียที่รายงานพบผู้ป่วยใหม่อีก 7,478 คน ถือเป็นผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศอีกครั้ง หลังจากเพิ่งทุบสถิติสูงสุด 7,289 คน เมื่อวันพุธที่ 25 พ.ค. ส่งผลให้ยอดสะสมเพิ่มเป็น 533,367 คน และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2,369 ราย
ตันสรี นายแพทย์นูร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย เตือนว่าในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า สถานการณ์ไวรัสมรณะในประเทศจะยิ่งรุนแรง และอาจเผชิญหน้ากับความเลวร้ายที่สุด ประชาชนจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น “การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. อาจก่อให้เกิดคลื่นระบาดระลอกใหม่ เราจำเป็นต้องเตรียมเผื่อผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด ทุกคนได้โปรดหยุดอยู่ที่บ้าน มีเพียงความร่วมมือของเราเท่านั้นที่จะตัดวงจรการระบาดนี้ได้” นพ.ฮิชาม ระบุผ่านทวิตเตอร์ ก่อนย้ำให้ประชาชน อยู่บ้าน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันกันลุกลามระบาดของโรค
กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (บี 1351) รายใหม่อีก 12 คน ในรัฐเกดะห์ ปะลิส สลังงอร์ และยะโฮร์ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อกลายพันธุ์อินเดีย (บี 1617) พบเพิ่มขึ้น 1 คนในเขตลาบวน ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว
นพ.เอ็ม. สุบรามาเนียม ประธานสมาคมการแพทย์มาเลเซีย กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีน “รัฐบาลต้องอนุญาตให้ภาคเอกชนสามารถจัดซื้อวัคซีน ได้เหมือนกับที่ทางการท้องถิ่นรัฐสลังงอร์ทำ ผู้เป็นเจ้าของกิจการสามารถซื้อวัคซีนให้กับพนักงานของตนได้ซึ่งนี่เป็นความคิดที่ดีมากๆ ภาคเอกชนต้องได้รับอนุญาตให้ทำมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นในอัตราการติดเชื้อที่เรากำลังเผชิญหน้า เราจะไม่มีวันบรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของประชากรแน่ๆ”
วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันแถลงพบผู้ป่วยใหม่อีก 633 คน แต่เป็นผู้ป่วยใหม่ ที่พบเมื่อวันพุธที่ 26 พ.ค. จำนวน 302 คน อีก 331 คน เป็นผู้ป่วยยืนยันจากการตรวจหาเชื้อในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงวิธีการรวบรวมข้อมูลที่ล่าช้าและสร้างความสับสนให้สังคม
อย่างไรก็ตามรัฐบาลไต้หวันระบุว่าพิจารณาแล้วที่จะรายงานตัวเลขผู้ป่วยตามเวลาที่ตรวจหาเชื้อแทนที่จะเป็นวันที่ยืนยันผล เพราะต้องการให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากที่สุด โดยยอดสะสม 6,091 คน ส่วนผู้เสียชีวิตพบเพิ่มอีก 11 ราย ทุบสถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันที่สูงที่สุดของไต้หวัน และยอดความสูญเสียรวมเป็น 46 ราย ส่งผลให้ทางการส่งกำลังทหารออกปฏิบัติการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในที่สาธารณะ ครอบคลุมระบบบริการขนส่งมวลชน และรถไฟใต้ดิน