สภาพัฒน์ชี้รัฐประเมินผิดสกัดโควิด
เร่งเครื่องเงินกู้5แสนล.-พยุงจ้างงานช่วยรายย่อย

สภาพัฒน์ ยอมรับโควิดทุบเศรษฐกิจหนักสุดกว่าทุกวิกฤต เร่งเครื่องเงินกู้ 5 แสนล้านบาท หวังกระตุ้นการบริโภคในประเทศ พร้อมผลักดันมาตรการพยุงการจ้างงานเอสเอ็มอี

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ กล่าวบรรยายพิเศษหัวข้อ “Thailand Survivor” ในงานสัมมนา Thailand Survivor…ต้องรอด ในงานก้าวสู่ปี 45 ประชาชาติธุรกิจ ว่า วิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินได้ลำบาก

กระทบกับเศรษฐกิจไทยเป็นวงกว้างกว่าทุกวิกฤตที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ปี 2563 ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2564 เศรษฐกิจขยายตัวติดลบ 2.6% ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวติดลบ 4.2%

“เดิมที่รัฐบาลมองว่าปัญหานี้ไม่น่าจะอยู่นาน แต่ปรากฏว่าการระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้รู้ว่าปัญหายังไม่จบง่ายๆ จึงมีการปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการซอฟต์โลน เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่เคยกังวลว่าจะมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาซื้อกิจการในไทยราคาถูกในช่วงวิกฤตได้ และช่วยให้ ผู้ประกอบการที่เดือดร้อนเข้าถึงสภาพคล่องได้มากขึ้น”

นายดนุชากล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะยืนอยู่ได้จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. การส่งออก ซึ่งปัจจุบันขยายตัวได้ดีมาก และยังส่งผลดีถึงอุตสาหกรรมและ เอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกให้ได้รับประโยชน์การจากฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย 2. การลงทุนภาครัฐ

และ 3.การบริโภคภายในประเทศ ดังนั้นจากนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ จัดเตรียมมาตรการเพื่อรักษาระดับการจ้างงานในเอสเอ็มอี ปลดเปลื้องภาระในการจ้างงานของผู้ประกอบการเพื่อให้มีสภาพคล่องมากขึ้น ไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำซ้อน ซึ่งมาตรการนี้จะออกมาในช่วงที่เหลือของปี 2564

รัฐบาลยังได้เตรียมเครื่องมือเพื่อรองรับการแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะถัดไป ด้วยการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท

ซึ่งเงินกู้ 5 แสนล้านบาทนี้ จะเข้ามาเสริมในเรื่องการลงทุนของภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณปี 2565 ต้องรอเวลา เพราะจะเริ่มใช้ต.ค.และงบประมาณยังมีอยู่จำกัด จึงต้องใช้งบเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจเข้ามาเสริม รวมถึงเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ในแต่ละช่วงเวลาให้อยู่ในระดับที่ปกติด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน