ความระส่ำระสาย ของ คอมมิวนิสต์(86) – จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ เปิดประเด็นอันแตกต่างไปจากไม่ว่า ทวีป วรดิลก ไม่ว่า บุญศักดิ์ แสงระวี ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแห่งความขัดแย้ง แตกแยกระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เป็นมุมมองจากอีกด้านที่ไม่ควรมองข้าม
ฝ่ายคอมมิวนิสต์พร้อมอาวุธครบมือปักหลักประท้วง เจียงจึงดำเนินการปลดอาวุธคนเหล่านี้ เรื่องนี้จบลงที่เจียงเกณฑ์เอาพวกนักเลงมาหาเรื่องต่อสู้กับกลุ่มที่ปักหลักประท้วง
เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังทหารของเขาเข้าจู่โจมและริบอาวุธ
สถานที่ทำการสำคัญๆ ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ถูกบุกทำลาย ผู้นำสหภาพการค้าหลายคนถูกจับและบ้างก็ถูกยิงตาย ทหารของเจียงใช้ปืนกลยิงกราดเข้าไปในกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วง
ช่วงเวลาเพียง 2-3 วันฝ่ายคอมมิวนิสต์น่าจะมีคนตายไปมากกว่า 300 คน
เจียงทำให้กำลังขององค์กรต่างๆ ของคอมมิวนิสต์ซึ่งมีอิทธิพลต่อสาธารณชนในเซี่ยงไฮ้แตกพ่ายลง แต่พวกผู้นำพรรคส่วนใหญ่ยังเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น
และปฏิบัติงานต่อไปอย่างลับๆ ท่ามกลางการกวาดล้าง
หลังจากที่เจียงไคเช็กลงมือเข่นฆ่าคอมมิวนิสต์ในเซี่ยงไฮ้ วังจิงไว ผู้นำพรรคชาตินิยมซึ่งอยู่ที่เมืองหวู่ฮั่นห่างไปประมาณ 600 กิโลเมตรก็แยกตัวออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน
และยอมรับการสั่งการของเจียงไคเช็ก
ช่วงแรกๆ ที่วังจิงไวกำลังจะแยกตัวไปเหมาพบว่าตัวเองต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง วังมีความนิยมชมชอบในตัวเขามากยิ่งกว่าเพื่อนคอมมิวนิสต์กับรัสเซียส่วนใหญ่
และในพรรคชาตินิยมเขาก็ได้ขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เขาควรจะแยกตัวไปพร้อมกับวังจิงไวหรือไม่ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ระบุว่าต่อมาภายหลังเหมากล่าวถึงช่วงเวลานี้ว่า “ผมรู้สึกอ้างว้างและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปอยู่พักใหญ่”
ในช่วงที่คิดไม่ตกนี้เองเหมาได้ขึ้นไปยืนอยู่บนปะรำหลังงามแห่งหนึ่งริมแม่น้ำแยงซี เมืองหวู่ฮั่น
หอกะเรียนเหลืองหลังนี้สร้างในค.ศ.223 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์คู่เมือง ตามตำนานเล่าว่าเคยมีชายคนหนึ่งกวักมือเรียกกะเรียนเหลืองที่บินไปแล้วขึ้นขี่หลังมันบินสู่วิมานบนฟ้า
และไม่เคยกลับมาอีกเลย
ดังนั้น ความหมายของกะเรียนเหลืองจึงเท่ากับอะไรบางอย่างที่จากไปโดยไม่มีวันกลับ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคำอุปมาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เหมาสร้างขึ้นเพื่อตัวเองในพรรคชาตินิยม
มันเป็นวันที่เมฆครึ้มไปด้วยเมฆฝน
เหมาไตร่ตรองทางเลือกของตนขณะที่ยืนเกาะลูกกรงสลักเสลาอยู่ตรงริมระเบียง พร้อมกับทอดสายตามองไปเหนือแม่น้ำแยงซีอันกว้างใหญ่
ที่ “ถูกขนาบ” อยู่ระหว่างเขางูและเขาเต่าบนฝั่งตรงข้าม
ดังที่เขาเขียนไว้ในบทโคลง และสายน้ำก็ทอดตัวลับหายไปกับสายฝนที่พรั่งพรูลงมาจากท้องฟ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น
เพื่อเป็นการเซ่นสังเวยเทพยดา
เหมาจึงเทเหล้าที่ดื่มอยู่ลงกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากเบื้องล่าง และลงท้ายบทโคลงของเขาว่า “ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ในหัวใจข้า เชี่ยวกรากประหนึ่งสายน้ำอันทรงพลัง”
เหมาเสนอให้วังจิงไวมาอยู่ข้างคอมมิวนิสต์
ข้อมูลอัน จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ นำมาเสนอสะท้อนความรู้สึกอันสับสน ลังเล ปั่นป่วนของเหมาในห้วงแห่งความขัดแย้งระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนนี้สำคัญ
1 เป็นการอ่านรหัสของเหมาผ่าน “บทกวี”
1 เป็นการอ้างอิงต่อถ้อยคำอัน จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ยืนยันว่าเป็นของเหมาเองโดยระบุว่าเป็นการพูดระหว่างเหมากับวังจิงไวซึ่งเป็นตัวละครสำคัญ
ต้องให้ความเป็นธรรมกับวังจิงไว ต้องให้ความเป็นธรรมกับเหมา
แม้ในชั้นนี้จะไม่สามารถนำเอาถ้อยคำที่เป็นจริงที่วังจิงไวยืนยันว่าเป็นของเหมามาพิสูจน์ทราบ แต่หากพิจารณาจากสภาพในทางภววิสัยทั้งของเหมาทั้งของวังจิงไว
ก็พอจะสัมผัสได้ใน “คำตอบ” และ “คำอธิบาย” ได้ในระดับที่แน่นอนหนึ่ง