ดัน‘วัดมหาจุฬาฯ’ต้นแบบ – พระเทพปวรเมธี (ประสิทธิ์ พรหมรังสี) ผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประกาศตั้งวัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ม.ค.2563 โดยตั้งอยู่ภายในมหาจุฬาฯ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

มีการดำเนินงานจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของพระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธัมมจิตโต) อดีตอธิการบดีมหาจุฬาฯ เพื่อให้เป็นที่ จำพรรษาของผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิตทั้ง ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งยังได้รับความเมตตาจากพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี เป็น เจ้าภาพสร้างอุโบสถกลางน้ำ และเสนาสนะอื่นๆ ในวัดด้วย โดยวัดมหาจุฬาฯ จะเน้นทำบทบาทสำคัญ 2 ประการคือ สนองงานคณะสงฆ์ และสนองงานมหาจุฬาฯ ด้านบริการวิชาการ และด้านพระพุทธศาสนา

พระเทพปวรเมธีกล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนพัฒนา วัดมหาจุฬาฯ คือ จะสร้างวัดมหาจุฬาฯ ให้เป็น “วัดบันดาลใจ” โดยตอนนี้มีอุโบสถกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รองรับพระสงฆ์ได้มากกว่า 4,000 กว่ารูป ส่วนศาลาการเปรียญตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว ออกแบบมาเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่พักอุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งเป็นสถานที่ทำบุญเลี้ยงพระได้ด้วย

สำหรับพื้นที่หน้าอุโบสถกลางน้ำ จะทำเป็นลานธรรมสำหรับปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ จะทำให้ร่มรื่น คาดว่า ไม่เกิน 2 ปีก็จะพัฒนาให้แล้วเสร็จตามแผน โดยตั้งใจจะสร้างวัดมหาจุฬาฯ ให้เป็นวัดต้นแบบศูนย์กลางของชุมชนทั้งเรื่องอำนวยความสะดวก, เรื่องรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น, เรื่องแหล่งเรียนรู้ และอนาคตวัดแห่งนี้ก็จะมีเรียนหลักสูตรที่คณะสงฆ์จัดทั้งเรื่องนักธรรมและบาลี เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ความเป็นพระนิสิต รวมทั้งเป็นสถานที่อบรมให้กับคณาจารย์ในมหาจุฬาฯ ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน