บนทางสองแพร่ง ของเหมา (87) – จุ ง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ระบุว่า เหมาเสนอให้วังจิงไวมาอยู่ข้างคอมมิวนิสต์โดยปฏิเสธความสัมพันธ์กับสมาพันธ์นักเลงชาวนาที่ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองเคยสดุดีว่าเก่งกาจ
และโยนให้คนเหล่านั้นกลายเป็นแพะรับบาป
วันที่ 13 มิถุนายน 1927 วังจิงไว บอกกับผู้นำคนอื่นๆในหวู่ฮั่นว่า “เราเพิ่งรับทราบจากรายงานของสหายเหมาเจ๋อตงว่าที่คุมสมาพันธ์ชาวนาเป็นพวกนักเลง คนพวกนี้ ไม่รู้จักทั้งชาตินิยมและคอมมิวนิสต์ พวกเขารู้จักแต่เรื่องฆ่าคนกับวางเพลิงเท่านั้น”
ความพยายามในการปัดความรับผิดให้พ้นตัวของเหมาไร้ประโยชน์ สมาชิก พรรคชาตินิยมที่อุปถัมภ์ค้ำจุนเขาวางแผนแล้วว่าจะตัดสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์ และประณามว่าการกระทำทารุณกรรมที่เกิดขึ้นในชนบททั้งหมดเป็นความผิดของคอมมิวนิสต์เพียงฝ่ายเดียว
ในฐานะที่เหมาเคยกล่าวคำพูดส่งเสริมการกระทำรุนแรงดังกล่าวเขาจึงต้องลาจาก วังจิงไวและพรรคชาตินิยม
เหมาอยู่ในรายชื่อตัวบุคคลที่ทางการต้องการตัว
และที่นอกเหนือไปจากนี้ก็คือ การที่เหมาจะอยู่กับวังจิงไวต่อไปนั้นย่อมหมายความว่าเขาจะต้องวางตัวเป็นกลางและเคารพความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม
ซึ่งเหมาไม่พร้อมที่จะทำเช่นนั้น
ไม่ใช่หลังจากที่เขาพบว่าตัวเองชอบความโหดเหี้ยมทารุณที่เกิดขึ้นตามชนบท ของหูหนานอย่างแน่นอนเกือบ 10 ปีก่อนหน้านั้นขณะที่เขาอายุ 24 ปี เหมาเคย แสดงความมุ่งมาดปรารถนาที่จะใช้กำลังรุนแรงและต้องการให้สังคมเปลี่ยนไป โดยสิ้นเชิง
ดังนี้ “ประเทศของเราจะต้องถูกทำลาย จากนั้นก็ปฏิรูปเสียใหม่ ประชาชนอย่างผมอยากเห็นมันถูกทำลายจริงๆ”
การปฏิรูปตามแบบฉบับของโซเวียตจึงเหมาะสมกับแรงผลักดันในใจของเขาแล้ว
การวิเคราะห์ของ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ อาจฟังดูเหมาะสมด้วยการอ้างอิงข้อเขียนของเหมาในกาลอดีต แต่ปัจจัยหนึ่งซึ่งถูกมองข้ามไปก็คือ มองข้ามความเป็น “คอมมิวนิสต์”ของเหมา
เมื่ออ่าน จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ ต่อไปก็จะสัมผัสได้
นี่คือครั้งแรกที่เหมาเสี่ยงเอาคอพาดเขียง ในยุคของความตื่นตระหนกเกรงว่าจะถูกจับเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านั้นเหมายังมีเวลาพอที่จะเรียกหาเกี้ยวและหนีไปฉางซาอย่างสบายแต่คราวนี้การหลบหนีไม่ได้ง่ายดายเหมือนตอนนั้น
เห็นชัดว่าแม้แต่สวรรค์ก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัย ในเมื่อการประหารคอมมิวนิสต์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว ลูกชายคนหัวปีของศาสตราจารย์เฉินตุ๊ซิ่วถูกจับและถูกฆ่าตัดศีรษะ ในวันที่ 4 กรกฎาคม
พอถึงสิ้นปี หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์ลุกฮือขึ้นใช้กำลังด้วยตัวเองและปลิดชีวิตผู้คนไปมากมาย
ชาวคอมมิวนิสต์กับผู้ต้องสงสัยหลายหมื่นคนจึงถูกสังหารเพียงแต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ไม่ว่าใครก็ตามจะถูกจับและถูกฆ่าได้ทั้งนั้น
หลายคนต้องตายเพราะประกาศความเชื่อของตน
บางคนตะโกนท่องคำขวัญ ขณะที่คนอื่นเปล่งเสียงร้องเพลง “อินเตอร์เนชั่นแนล” และหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างก็สดุดีการประหารชีวิตโดยเสนอข่าวพาดหัวอย่างไร้ ความปรานี
ก่อนอื่นเหมาต้องแน่ใจในความปลอดภัยของตนเอง
มาถึงตอนที่ จุง ชาง จอน ฮัลลิเดย์ บรรยายว่า เหมาตัดสินใจที่จะใช้พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัสเซียให้เป็นประโยชน์กับตน
การตัดสินใจซึ่งเกิดขึ้นขณะที่เขาอายุ 33 ปี ในฤดูร้อนของปี 1927
แน่นอนหากศึกษาจากหนังสือ “วิพากษ์ประธานเหมา” ของ เชาวน์ พงษ์พิชิต ประสานเข้ากับหนังสือ “เหมาเจ๋อตง จากท้องนาเสาซาน สู่เมืองกรุงปักกิ่ง” ของ บุญศักดิ์ แสงระวี
ก็จะมองเห็นสภาพที่เหมาประสบด้วยตนเอง
เป็นการประสบจากสถานการณ์การล้อมปราบอย่างโหดเหี้ยมของเจียงไคเช็ก เป็นการประสบจากสถานการณ์การประชุมภายในของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นี่ย่อมเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างแหลมคมยิ่งสำหรับเหมา