หมดสิ้นแล้ว การปฏิวัติจีน (89) – ทวีป วรดิลก ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 1927 พรรคก๊กมินตั๋งในหวู่ฮั่นที่เรียกว่า “ฝ่ายซ้าย”ก็ได้แถลงประณามคอมมิวนิสต์ มีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้ที่ทรยศต่อพรรคคอมมิวนิสต์

ให้โอนที่ดินทั้งหมดกลับคืนไปให้เจ้าที่ดิน

ผู้แทนสมาคมชาวนาราวร้อยคนที่รอการประชุมในฉางซาถูกยิงตายทั้งหมด โรงเรียนคอมมิวนิสต์ถูกปิด ครูและนักเรียนฝ่ายซ้ายถูกเผาทั้งเป็น

วันที่ 20 มิถุนายน คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ออกแถลงการณ์

สละอำนาจและการควบคุมองค์การจัดตั้งคนงานและชาวนาต่างๆ ให้พรรคก๊กมินตั๋ง แม้กระนั้น ผู้แทนสหพันธ์มวลแรงงาน 400 คนซึ่งขณะนั้นประชุมกันอยู่ที่หวู่ฮั่นก็ถูกจับหมด

บ้างก็ถูกฆ่า บ้างก็ถูกคุมขัง ในจำนวนนี้มีหลิวส้าวฉีรวมอยู่ด้วย

มาถึงขั้นนี้พรรคคอมมิวนิสต์ต้องออกคำสั่งให้สมาชิกพรรคเดินทางออกไปนอกประเทศ หรือโยกย้ายไปอยู่ในที่ที่มีความปลอดภัย

แล้วสถานการณ์ของเหมาเป็นอย่างไร

เหมาถูกเฉินตุ๊ซิ่วสั่งให้เดินทางไปเสฉวนเพราะเฉินไม่พอใจเหมามาก หาว่าเป็นตัวการทำให้คนงานและชาวนาบุกฉางซาในวันที่ 27 พฤษภาคม แต่เหมาขอให้ออกคำสั่งให้ตนกลับไปอยู่หูหนานตามเดิม

ต่อมาก็มีคำสั่งให้จับเหมา

ยังผลให้เหมาต้องออกเดินทางไปหวู่ฮั่นพร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน 2 คน เหมาซ่อนตัวอยู่ที่หวู่ฮั่นชั่วระยะเวลาอันสั้น ในวันที่ 15 กรกฎาคม พรรคก๊กมินตั๋งก็ประกาศ ขับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ออกจากพรรคก๊กมินตั๋งอย่างเป็นทางการ

พรรคคอมมิวนิสต์ได้รับคำสั่งให้สละสมาชิกภาพจากพรรคมิฉะนั้นจะถูกประหารชีวิต ในบรรดาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถูกล่าตัวไปตามเมืองต่างๆ

และการเข่นฆ่ากันตามท้องถนนก็มีกลาดเกลื่อนเช่นกัน

ในวันที่ 29 กรกฎาคม ขณะที่การประหัตประหารคอมมิวนิสต์หรือผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์กำลังดำเนินไปอย่างสุดเหวี่ยง บรรดาผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งฝ่ายซ้าย

ก็ได้ไปที่สถานีรถไฟเพื่อส่งโบโรดินกลับประเทศ

มีคำสั่งกำชับไปด้วยว่าไม่ให้โบโรดินเป็นอันตรายไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ แอนนา หลุยส์ สตรองกับเปอร์ซี่ เฉินติดตามไปส่ง โดยเดินทางจากจีนเหนือข้ามมองโกเลียไปสู่ทะเลทรายโกบีและรัสเซีย

โบโรดินละทิ้งการปฏิวัติจีนซึ่งกำลังนองไปด้วยเลือดไว้เบื้องหลัง

พรรคคอมมิวนิสต์กำลังจะพินาศ เขาหมดหวังโดยสิ้นเชิง “หมดสิ้นกันแล้ว” เป็น คำกล่าวสุดท้ายของโบโรดินในจีน

หลังเหตุการณ์นองเลือดนี้ 9 ปี เอ็ดการ์ สโนว์ ถามเหมาเจ๋อตงว่าใครควร รับผิดชอบ

ในความเห็นของเหมา เฉินตุ๊ซิ่วต้องรับผิดชอบในความพินาศทั้งหมดจากการ ยึดมั่นลัทธิฉวยโอกาสที่กวัดไกวไปมาทำให้พรรคขาดการนำที่เด็ดเดี่ยวและนโยบาย ที่ถูกต้อง

ซึ่งในขณะนั้นยิ่งประนีประนอมก็ยิ่งเพิ่มความหายนะยิ่งขึ้น

ถัดจากเฉินตุ๊ซิ่วผู้ที่ต้องรับผิดชอบอีกคนก็คือโบโรดิน ผู้มีตำแหน่งเป็นทางการคือหัวหน้าที่ปรึกษาการเมืองที่รัฐบาลโซเวียตส่งมา

เนื่องจากโบโรดินเปลี่ยนนโยบายของตนเองอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

ในความเห็นของเหมา จากการที่โบโรดินสนับสนุนให้มีการจัดสรรที่ดินแก่ชาวนาในปี 1926 กลายมาเป็นการคัดค้านอย่างเต็มที่ในปี 1927

“โบโรดินยืนอยู่ทางขวาของเฉินตุ๊ซิ่วหน่อยหนึ่ง” เหมาชี้แจง

“พร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ถูกใจชนชั้นกระฎุมพี แม้กระทั่งปลดอาวุธคนงาน ซึ่งในที่สุดเขาก็เป็นผู้ออกคำสั่งเอง”

ถัดมา คือ เอ็ม.เอ็น.รอย ผู้แทนโคมินเทิร์น ชาวอินเดีย

รอยผู้นี้โง่ถึงขนาดเอาโทรเลขลับจากโคมินเทิร์นที่วางแนวทางให้คอมมิวนิสต์ริบที่ดินจากเจ้าที่ดินอย่างมีขอบเขตไปให้วังจิงไวดู เป็นคนพูดมากแต่ไม่เคยเสนอวิธีการอะไรที่จะทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้เลย

“รอยเป็นคนโง่ โบโรดินเป็นคนทึ่ม เฉินตุ๊ซิ่วเป็นคนทรยศทั้งๆ ที่ตัวเอง ก็ไม่รู้ตัว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน