เหลื่อมล้ำวัคซีน – น่าเสียดายก่อนหน้านี้แผนการจัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง โดยใช้งบประมาณของตนเองนั้น ส่อเค้าสะดุด

รัฐบาลท้วงติงอาจเป็นการใช้เงินผิดประเภท โดยอ้างถึงการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดินว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนไม่สามารถจัดซื้อได้โดยตรง

รวมทั้งระบุถึงความเหลื่อมล้ำเรื่องวัคซีน และความเท่าเทียมระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ ที่งบประมาณแตกต่างกัน

ทั้งที่ความล่าช้าและผิดพลาดของรัฐบาลเองหรือไม่ จึงเกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม

ดังที่รับรู้กันทั่วทั้งสังคม จากสถานการณ์วัคซีนป้องกันโควิด ทั้งในแง่จัดซื้อจัดหา การเข้าถึงวัคซีนของประชาชน เต็มไปด้วยความผิดพลาด ไม่ทันการณ์ต่อการแพร่ระบาดของโรคที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ

เดิมทีรัฐบาลตั้งความหวังไว้ที่วัคซีนหลัก “แอสตร้าเซนเนก้า” วางแผนเริ่มฉีดตั้งแต่ต้นปี 2564 แต่ก็ล่วงเลยมานานหลายเดือนแล้ว ระหว่างนี้จึงต้องใช้ “ซิโนแวค” วัคซีนรองไปพลางๆ ก่อน

จนเมื่อการปรากฏขึ้นของวัคซีนซิโนฟาร์ม ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากสนใจ แต่ดูเหมือนรัฐบาลไม่สนับสนุนเท่าที่ควร ขณะเดียวกันเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกกำหนดวัคซีนตัวใดตัวหนึ่งเป็นวัคซีนหลักได้แล้ว

เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการเข้าถึงวัคซีน

สิ่งที่รัฐบาลพึงกระทำเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ให้การเข้าถึงวัคซีนเป็นไปอย่างเท่าเทียม อะไรที่เป็นอุปสรรค หรือต้องแก้ไขข้อกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน

นอกจากนี้ต้องเร่งหาช่องทางให้ภาคเอกชน ไม่ว่าจะทั้งโรงพยาบาล หรือองค์กรบริษัทต่างๆ จัดซื้อนำเข้าได้ ไม่ควรผูกขาดยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เพื่อความหลากหลายของวัคซีนในทุกระดับ

แม้ล่าสุดผู้ผลิตวัคซีนหลักของรัฐบาลประกาศส่งมอบล็อตแรกแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลก็ควรให้ข้อมูลกำลังการผลิตที่แท้จริง แผนการ ส่งมอบเท่าไหร่ รวมทั้งสัญญาต่างๆ ด้วย

เพื่อประชาชนจะได้มีความมั่นใจต่อแผนการฉีดวัคซีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน