วัคซีนขลุกขลัก – การตั้งโต๊ะแถลงพร้อมกันของเลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เป็นเรื่องชัดเจนว่าเพื่อสยบข้อสงสัยเรื่องความไม่เป็นเอกภาพในการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
เพียงแต่สถานการณ์ขณะนี้ขึ้นอยู่กับการจัดส่งและกระจายวัคซีนว่าจะเป็นไปตามกำหนดเวลาได้มากน้อยเพียงใด
หลังจากโรงพยาบาลแห่งต่างๆ ประกาศเลื่อนคิวฉีดช่วงวันที่ 14-20 มิ.ย. ส่วน กทม.เลื่อนไปจากวันที่ 15 มิ.ย. เพราะยังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนมา
กรมควบคุมโรคอธิบายว่า วัคซีนป้องกันโควิดเป็นวัคซีนตัวใหม่และเป็นชีววัตถุ ต้องดูแลให้เกิดความปลอดภัย และยังมีเรื่องเงื่อนไขเวลา
จึงจะทำให้ช่วงครึ่งหลังของเดือนมิ.ย. เกิดความขลุกขลักบ้าง
กรณีนี้หากหน่วยงานรัฐชี้แจงประชาชนอย่างตรงไปตรงมา จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีและชัดเจนขึ้น
สิ่งที่ประชาชนรับทราบขณะนี้คือรัฐบาลกำหนดเวลาจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนคนไทยอย่างน้อยจำนวน 50 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปี 2564
ขณะนี้เมื่อนับจากเดือนก.พ. มีวัคซีนเข้ามาแล้ว 8.1 ล้านโดส จึงยังเป็นเส้นทางอีกยาวไกลสำหรับการกระจายวัคซีน
เฉพาะส่วนของกรุงเทพฯ พื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนสูงสุด จำนวน 1.7 ล้านโดส หรือคิดเป็นร้อยละ 27.7 ของวัคซีนที่มีอยู่ ยังไม่ชัดเจนว่าถึงขณะนี้ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่ควรได้รับวัคซีนก่อน ได้รับไปแล้วเท่าใด ขลุกขลักอยู่เท่าใด
ภาพสะท้อนจากเสียงวิจารณ์ของประชาชนขณะนี้คือหน่วยราชการไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้อย่างเปิดเผย ตรงสภาพความเป็นจริง
อาจเพราะกลัวว่าจะกระทบต่อภาพของรัฐบาล ซึ่งถูกวิจารณ์อยู่แล้วว่าจัดหาวัคซีนล่าช้าเพราะ ไม่ได้คาดถึงเผื่อไว้ว่าจะเกิดการระบาดใหญ่ระลอกที่สาม
แต่วิธีการรับมือและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ที่ดีที่สุด คือการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน
รัฐบาลไม่จำเป็นต้องรักษาหน้าตา หรือมุ่งสั่งสอน ให้ประชาชนรักและเข้าใจรัฐบาลไปทุกเรื่อง
เพราะความรักและความเข้าใจจะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของฝ่ายรัฐเอง