ฉีดเร็วไป? – นายกรัฐมนตรีชี้แจงอีกครั้งถึงปัญหาวัคซีนโควิด ภายหลังส่วนกลางและส่วนภูมิภาค วัคซีนขาดมือ ไม่พอต่อความต้องการของประชาชน หลายแห่งจึงเลื่อนฉีด

โดยผู้นำรัฐบาลระบุถึงสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุด คือการรับจองฉีดมากกว่าวัคซีนที่แบ่งให้ พร้อมยกตัวอย่างเดือนมิ.ย. 10 ล้านโดส แต่ไม่ได้หมายความมาทีเดียว 10 ล้านโดส มาทีละ 1-2 ล้านโดส ทยอยมาตามสัญญา และไม่สามารถกำหนดได้

ล่าสุดจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส แต่การนัดฉีดต้องไม่นัดเกินจำนวนวัคซีนที่มีอยู่ สมมติให้ 5 แสนโดส ถ้าเร่งฉีดวันเดียวก็ไม่ถึงเดือน จึงต้องยึดตรงนี้ไปให้ยาวที่สุด จนกว่าวัคซีนล็อตใหม่เข้ามา

สรุปว่าฉีดเร็วเกินไป จนไม่ทันกับวัคซีนที่ได้รับมา

คําอธิบายดังกล่าว สังคมเกิดคำถามจริงๆ แล้วประเทศไทยฉีดวัคซีนเร็วจนเกินไปหรือไม่ จากสถิติที่หน่วยงานรัฐเองรวบรวม ตั้งแต่ 28 ก.พ. ถึง 13 มิ.ย. ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 6,081,242 โดส

เมื่อเทียบกับ 10 ชาติอาเซียน ไทยฉีดมากอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แต่เมื่อคิดสัดส่วนกับจำนวนประชากร กลับพบว่าไทยอันดับ 7 ฉีดได้เพียง 6.7 เปอร์เซ็นต์

ยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านติดกัน มาเลเซียฉีดแล้ว 9 เปอร์เซ็นต์ กัมพูชา 17 เปอร์เซ็นต์ และลาว 9.7 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตามแผนของไทยตั้งเป้าฉีด 50 ล้านคน หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากรให้ได้ภายในปีนี้

จึงเป็นข้อกังวลจะตรงตามแผน ทันการณ์หรือไม่

ดังที่ทราบกันดีนับตั้งแต่โควิดระบาดรอบใหม่ นอกจากการควบคุมโรค การบริหารจัดการวัคซีนเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดล่าช้า ไม่ทันการณ์ต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลง

อีกทั้งการปฏิบัติของรัฐบาลกลับสร้างความสับสนแก่สังคมไม่เว้นแต่ละวัน มีเรื่องและปัญหาใหม่ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำอธิบายในทำนอง ฉีดเร็วเกินไป นั่นหมายถึงปริมาณวัคซีนมีอยู่จำกัดหรือไม่

โดยเฉพาะแอสตร้าเซนเนก้า วัคซีนหลัก ตามแผนผู้ผลิตจะส่งให้ในเดือนมิ.ย. 10 ล้านโดส ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนตามกำหนดแล้ว จะทันหรือไม่ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ คือความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ

หรือเพราะทำซับซ้อนตั้งแต่แรกหรือไม่ วันนี้จึงบอกความจริงไม่หมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน