เดนมาร์กลั่นแชมป์เพื่ออีริกเซน

‘อีริกเซน’ปรากฏตัวครั้งแรก

คริสเตียน อีริกเซน กองกลางทีมชาติเดนมาร์ก โพสต์อินสตาแกรมครั้งแรก หลังจากวูบคาสนามระหว่างเกมยูโร 2020 กับฟินแลนด์ พร้อมเผยว่า ตนสบายดี

อีริกเซนหมดสติวูบคาสนามระหว่างที่ เจ้าตัวลงเล่นให้ทัพเดนมาร์ก ในเกมแรกของพวกเขาในศึกยูโร 2020 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกมนั้นต้องระงับการแข่งขันไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันต่อ และเป็นฟินแลนด์ ที่ชนะเดนมาร์กไปได้ 1-0

ทั้งนี้ล่าสุด อีริกเซนออกมาโพสต์อินสตาแกรมเป็นครั้งแรกหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ยืนยันว่าเขายังสบายดี และขอบคุณทุก กำลังใจจากแฟนๆ ทั่วโลก “ขอบคุณสำหรับ ทุกกำลังใจและข้อความจากทั่วโลก มันมีความหมายมากสำหรับผมและครอบครัวของผม ผมสบายดี ภายใต้สถานการณ์นี้ ผมยังต้องไปตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาล แต่ผมรู้สึกโอเค ตอนนี้ผมจะช่วยเชียร์เพื่อนๆ ทีมชาติเดนมาร์กในเกมต่อๆ ไป เล่นเพื่อชาวเดนมาร์กทุกคน กันนะ”

แคสเปอร์หวังแชมป์เพื่อเพื่อน

แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารทีมชาติเดนมาร์ก หวังว่าทีมโคนมจะสามารถคว้าแชมป์ยูโร 2020 ได้ เพื่อเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสเตียน อีริกเซน

แคสเปอร์ ชไมเคิล ออกมาเปิดเผยว่าตนและเพื่อนร่วมทีมจะพยายามคว้าแชมป์มาให้ได้เพื่อมอบให้กับอีริกเซน

“เรายังคงอยู่ในทัวร์นาเมนต์ ตอนนี้เราต้องลองดูว่าเราจะสามารถเอาชนะสิ่งนี้และทำมันเพื่อคริสเตียน และทำเพื่อแฟนๆ ทุกคนที่อยู่ข้างเราในตอนที่เราเจอสถานการณ์ แบบนี้

ผมไม่สงสัยเลยถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมนี้ ความแข็งแกร่งในการรวมตัวกันและออกไปเพื่อทำในสิ่งที่แสนพิเศษ”

‘อาร์เนาโตวิช’ขอโทษหลุดด่า

มาร์โค อาร์เนาโตวิช ดาวยิงตัวแสบของทีมชาติออสเตรีย ออกมาขอโทษหลังสบถด่าบุพการีของ เอซก์ยาน อลิออสกี นักเตะ นอร์ทมาซิโดเนีย ในเกมที่ออสเตรียเปิดสนามกลุ่มชนะ 3-1

การฉลองประตูที่นักเตะออสเตรียควรจะดีใจลิงโลด แต่ปรากฏว่าเพื่อนๆ นำโดย ดาวิด อลาบา ต้องใช้มือพยายามปิดปาก อาร์เนาโตวิช ที่มีพ่อเป็นชาวเซอร์เบีย หลุดปากสบถคำหยาบคายด่าทอแม่ของอลิออสกี ซึ่งมีเชื้อสายแอลเบเนีย โดยมีมูลเหตุจากสงครามโคโซโว จนเกิดแรงกระเพื่อมแฟนบอลเรียกร้องให้ยูฟ่าแบนอาร์เนาโตวิช และปรับ 7,600 ปอนด์ เพื่อสั่งสอน

อย่างไรก็ตาม อาร์เนาโตวิชได้ออกมาขอโทษถึงพฤติกรรมดังกล่าว และทำไปเพราะอารมณ์ร่วมจากเกม โดยไม่ได้มีเจตนาเหยียดเชื้อชาติ เนื่องจากมีเพื่อนสนิทหลายคนจากหลากหลายเชื้อชาติ

“มีคำพูดที่หลุดออกมาเมื่อวานนี้ จากความรู้สึกมีอารมณ์ร่วมในเกม ผมอยากจะขอโทษ โดยเฉพาะกับเพื่อนของผมที่มาจากมาซิโดเนียและแอลเบเนีย ผมไม่ใช่พวกเหยียดเชื้อชาติ ผมมีเพื่อนมากมายในเกือบทุกประเทศและยืนหยัดในความหลากหลาย ทุกคนที่รู้จักผมรู้ในเรื่องนี้ดี”

ตะลึง‘โด้’ดราม่าน้ำอัดลม

คริสเตียโน โรนัลโด กองหน้าคนดังทีมชาติโปรตุเกส โชว์ความรักสุขภาพด้วยการ ยกขวดน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าว พร้อมแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าดีกว่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในงานแถลงข่าวก่อนเกมที่โปรตุเกสจะพบกับฮังการี ในฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มเอฟ วันที่ 15 มิ.ย.นี้ เมื่อโรนัลโดและเฟร์นานโด ซานโตส เข้ามาเป็นตัวแทนของทัพ “ฝอยทอง” สำหรับการให้สัมภาษณ์ก่อนเกม

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ “ซีอาร์ เซเว่น” สังเกตว่าบนโต๊ะแถลงข่าวนั้นมีขวดของ น้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งซึ่งเป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ตั้งอยู่ข้างขวดน้ำเปล่า เจ้าตัวก็ได้ยกน้ำอัดลมออกจากโต๊ะแถลงข่าวทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ นอกจากนั้นยังชูขวด น้ำเปล่าขึ้นพร้อมพูดว่า “ควรดื่มน้ำเปล่าสิ”

สำหรับ โรนัลโด วัย 36 ปีให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องอาหารที่เจ้าตัวจะไม่รับประทานสิ่งที่ไม่มีประโยชน์กับร่างกาย เพื่อให้ตนเองสามารถรักษาสภาพความฟิตในการเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลผู้ดีไฟเขียวเพิ่มแฟนบอล

รัฐบาลอังกฤษไฟเขียว เพิ่มจำนวนแฟนบอลเข้าสนามเวมบลีย์ จาก 25 เปอร์เซ็นต์ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ในการแข่งขันยูโร 2020 โดยจะเริ่มตั้งแต่ รอบน็อกเอาต์เป็นต้นไป

รัฐบาลอังกฤษมีมติผ่อนปรนมาตรการ ล็อกดาวน์สำหรับกีฬากลางแจ้งซึ่งจะเปิดให้ผู้ชมเข้าสนามได้มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อ “โควิด-19” เมื่อปีที่แล้ว โดยระบุอีเวนต์นำร่องคือการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน และการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” ที่ออลอิงแลนด์ คลับ ซึ่งจะเปิดฉากใน วันที่ 28 มิถุนายนนี้

สำหรับสนามเวมบลีย์ ปัจจุบันเปิดให้ ผู้ชมเข้าได้ไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 22,500 ที่นั่ง แต่เมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์จะอนุญาตให้ผู้ชมเข้าสนามได้ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 45,000 ที่นั่ง

ส่วนการแข่งขันวิมเบิลดันจะอนุญาตให้แฟนกีฬาเข้าไปชมในสนามได้ 50 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแรก แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทั้งประเภทชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว วันที่ 10-11 กรกฎาคม จะเปิดให้ผู้ชมเข้าเซ็นเตอร์คอร์ตได้เต็ม ความจุของสนาม 15,000 ที่นั่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน