ตัดอำนาจส.ว. – การยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ที่มีเนื้อหาแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจวุฒิสมาชิกในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ถูกต่อต้านจากเหล่าส.ว. ตามความคาดหมาย
ทั้งที่ ส.ว.ควรต้องตระหนักถึงที่มาของตำแหน่ง การดำรงอยู่ที่ไม่เอื้อต่อพัฒนาการประชาธิปไตย
ข้ออ้างว่าอำนาจการโหวตเลือกนายกฯ ของส.ว. เป็นอำนาจตามบทเฉพาะกาล 5 ปี เพื่อมาแก้วิกฤตประเทศ เป็นเหตุผลที่ตลกร้ายและ ล้าสมัย
ส่วนการเน้นย้ำว่า การแก้ไขมาตรา 272 ถ้า ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะต้องอาศัยเสียง ส.ว.ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงขึ้นไปสนับสนุน
ยิ่งสะท้อนว่า ส.ว.เป็นสิ่งตกค้างจากการรัฐประหารและเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แม้การลดอำนาจหรือยกเลิก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นเรื่องที่ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย จากการเขียนรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองไว้อย่างเต็มที่
แต่การที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน รวมถึง ส.ส.บางคนของพรรครัฐบาลจำเป็นต้องเสนอแก้ไขมาตรา 272 ถือเป็นเรื่องสำคัญ
อย่างน้อยคือได้สะท้อนความเห็นของประชาชนส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ส่วนน้อยนิด ว่ามีความเห็นต่อ ส.ว.ชุดปัจจุบันอย่างไร
เพราะนั่นคือหน้าที่ของผู้แทนประชาชน
ข้อสังเกตหนึ่งในการประชุมสภาเป็นช่วงที่นายกรัฐมนตรีถามในที่ประชุม ส.ว.ว่า มีใครไม่เชื่อมั่นในตัวนายกฯ หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มี คำตอบ จนตัวผู้นำสรุปได้เองว่า ไม่มีใครไม่เชื่อมั่น
แต่หากใช้คำถามเดียวกันในที่ประชุมสภา ผู้แทนฯ ส.ส.จะตอบคำถามนี้ได้อย่างฉะฉานและแสดงความเห็นได้หลายมุมมอง เพราะ ส.ส.เป็นตัวแทนที่รับฟังเสียงมาจากประชาชน
การดำรงอยู่ของ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งไม่ส่งผลใดๆ ต่อฝ่ายบริหาร หรือการกลั่นกรองกฎหมายที่ประชาชนต้องการ
แม้ว่า ส.ว.หลายคนมีคุณสมบัติดี มีประสบการณ์ในการทำงานด้านต่างๆ แต่กลไกที่มาและกรอบการรักษาอำนาจ ไม่เอื้อให้ ส.ว.เป็นตัวแทนของประชาชนได้
ประชาชนจึงได้แต่เห็นท่าทีต่อต้านการแก้ไขมาตรา 272 ของ ส.ว.อย่างชัดเจน