‘จอย ติตัส’ไม่ท้อชีวิต! ขายข้าวต้มทรงเครื่องริมทาง – นางแบบสุดฮอตในยุค 90 ‘จอย ติตัส’ ผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มทรงเครื่อง ริมทาง ตรงปั๊ม PT มหาชัย ชื่อว่า “เจ๊จอย ข้าวต้มทรงเครื่อง” เพื่อเลี้ยงครอบครัว

วันนี้เลยขอเปิดใจอดีตนางแบบดังถึง ที่มาที่ไป

มาเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มได้ยังไง?

จอย – “ความที่จอยเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของลูก 4 คน ก็จะกังวล ไม่อยากใช้เงินเก่าเก็บหมด ได้นิดหน่อยก็เอา กลัวโควิดจะอยู่นาน เดี๋ยวแก้ปัญหาไม่ทัน เลยหาอะไรทำ ตอนแรกทำเกี่ยวกับความสวยความงามไม่รอด เลยทำอาหาร ดีกว่า ก็มาดูว่าอะไรที่เราทำเก่งสุด คัดเลือกเมนูนึงที่คิดว่าตัวเอง ทำอร่อย เลยเป็นข้าวต้มทรงเครื่อง”

เริ่มขายตั้งแต่เมื่อไหร่?

จอย – “ตั้งแต่โควิดระบาดระลอก 3 ค่ะ เราไม่มีเงินเข้ามาเลย เงินออกไปเรื่อยๆ มันแย่ วันนึงก็ต้องหมด เลยลองทำดู ลูกสาว คนโตเป็นแอร์โฮสเตสก็ไม่มีเงินเพราะไม่ได้บิน เลยกลายเป็นดินพอกหางหมู เรามีค่าใช้จ่าย ถ้าเอาเงินเก่ามาใช้เรื่อยๆ แล้วถ้ามันหมดล่ะ แล้วลูกเรายังเรียนอีก 3 คนก็กังวลหนัก”

ก่อนหน้าที่จะมาเจอผลกระทบจากโควิด มีรายได้จากการทำงานในวงการอย่างเดียวเลยหรือเปล่า?

จอย – “ไม่ค่ะ เราพลิกตัวเองมาเป็นออร์แกไนซ์ แล้วทำเบื้องหลังภาพยนตร์ บางครั้งก็เป็นอสังหาฯ แต่ไม่ได้เป็นรูปแบบบริษัท รายได้ช่วงนั้นตกต่อเดือนรวมๆ แล้วเป็นแสน แต่ไม่ใช่งานเดียว เพราะเราเป็นคนทำหลายอย่าง มีความสุขในการทำงาน”

จากรายได้เดือนเป็นแสน จนมาไม่มีรายได้เลยนานแค่ไหน?

จอย – “ตั้งแต่ระลอกแรกเลย แต่ตอนนั้นยังมีบริษัททำอสังหาฯ มีกลุ่มก๊วน ความอยากโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำบริษัทขึ้นมา เสียศูนย์เลย (หัวเราะ) ผ่านไปปีหนึ่งเจ็บหนัก เพราะต้องออกค่าใช้จ่ายไปเรื่อยๆ ตอนแรกเข้าใจว่าคงไม่นาน แต่แล้วนานไง จนสุดท้ายไม่ไหว ลาเลย ทีนี้ก็มาคิดว่าทำยังไงดี ตอนนี้แค่หาเงินกินข้าวให้ลูกตั้งจุดหมายแค่ 300-400 บาทต่อวัน แล้วก็มาขายข้าวต้ม”

ตั้งใจจะขายไปจนถึงเมื่อไหร่?

จอย – “ตอนนี้จอยมีความสุขกับมันแล้วนะ พูดตรงๆ จากใจ ที่ผ่านมาเคยเป็นแม่ค้าขายอาหาร แต่มีร้าน อันนี้อยู่ข้างถนน รถเข็นครั้งแรกในชีวิต ไม่ได้อะไรกับมันนะเพราะคิดว่าต้องทำได้ แต่วันแรกที่ไปยืนขาย ยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่า กูมาอยู่ตรงนี้ได้ไง (หัวเราะ) เราเริ่มเศร้า เศร้าได้ยังไงไม่รู้ อยู่หน้าเตาแค่อาทิตย์เดียวเห็นผล ร่างกายเปลี่ยน ฝุ่นเยอะ แดด แป๊บเดียวโทรม แต่ตอนหลังใช้วิธีออกเย็นๆ ไม่เจอพระอาทิตย์ หลายอย่างต้องเรียนรู้มัน”

ซีเรียสไหมกับการที่เคยเป็นดารามาก่อน แต่วันนี้ต้องมาขายของข้างถนน?

จอย – “ไม่เลยค่ะ ที่ทำอย่างนี้เพราะอยากให้ทุกคน ถ้ามันแย่จริงก็ลุกมาขายของ ไม่ได้ว่าอะไรใคร ถ้าสมมติไม่มีกินแล้วไปขอยืมเงินคนโน้นคนนี้มันไม่ดี ทำงานดีกว่า มาขายข้างๆ กันก็ได้ คิดดูจอยอยู่กรุงเทพฯ แถวทองหล่อ ตัดสินใจขับรถมาคันหนึ่งพร้อมเสื้อผ้า ยังไม่รู้หมู่หรือจ่า แล้วมาเช่าห้องอยู่กับเพื่อนชาวพม่า ซึ่งเราก็อยู่ได้ แค่อยากมีที่นอนให้มันปลอดภัย เราอยากหาเงิน ไม่อยากขอเงินใคร จอยมีเงิน ตั้งต้น 5 พันในการทำร้าน หม้อก็ซื้อมือสอง รถเข็นก็ไปซื้อแบบที่เขาจอดทิ้งแล้วเอามาปรับปรุง มีเงินค่อยเปลี่ยนใหม่ เพราะเราใช้เงินเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว พูดตรงๆ จอยนึกว่าบ้านจอยจะล้มละลายได้เลยอ่ะ เพราะพ่อแม่ไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลเอกชนทีจะทำยังไง จอยกับลูกสาวคนโตมานั่งคุยกัน ถ้ายังปล่อยให้เป็นอย่างนี้เราไม่รอด”

ตอนนี้อยู่ห้องเช่าคนเดียว แล้วลูกๆ ล่ะ?

จอย – “ลูกจอยอยู่เองกันหมดค่ะ เราเลี้ยงลูกให้ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าไม่รักนะคะ แต่เลี้ยงสไตล์ฝรั่ง ลูกๆออกไปเผชิญโลกภายนอกกันหมด เราก็เป็นห่วง แต่เด็กๆ เก่ง ไม่ดื้อด้วย เอาตัวรอดได้”

ก่อนที่จะเป็นข่าว มีลูกค้าจำได้ไหมว่าเราเคยเป็นนางแบบ มาก่อน?

จอย – “ไม่ได้ จริงๆ จอยก็คือจอย สังเกตมั้ยว่าจอยเป็นคนไม่ค่อยมีข่าว ตอนเป็นนางแบบก็วางแผนให้ตัวเองว่าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงจุดจุดหนึ่งหายไป เพราะไปเลี้ยงลูก อยากมีชีวิตที่ดูเด็กๆ โต ทำให้หายไปเกือบ 20 ปี จนลูกโตก็ได้กลับมา เราไปใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขา ไม่ได้อยากหาเงินเพื่อจะให้พี่เลี้ยงเลี้ยง จอยอยากเลี้ยงเขาเอง แล้วก็ใช้เงินที่เป็นนางแบบส่งลูกเรียนไปเรื่อยๆ”

เงินเก็บที่มีมาทั้งชีวิตตอนนี้หมดเกลี้ยงเลยไหม?

จอย – “ไม่หมดค่ะ จอยซื้อที่ดินไว้ มีบางอันทำเป็นหอพักต่างจังหวัด ทำธุรกิจไว้ให้ลูกๆ จอยค่อนข้างมีวินัยกับเงิน แต่แค่ไม่ใช่เป็นตัวเงินสดในธนาคาร เป็นรูปแบบสมบัติมากกว่า และก็ไม่คิดที่จะขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย เพราะอันนั้นทำไว้ให้ลูกในอนาคต แล้วที่จอย ทำอยู่เนี่ยคืออยากต่อยอด ไม่อยากติดลบ แล้วที่มาทำมันก็ทำให้ ไม่จิตตกด้วย เพราะพอเสพข่าวโควิดมากๆ จะเพี้ยนเอา พอได้ทำนู่นทำนี่มีเพื่อนใหม่ ชีวิตก็แฮปปี้”

เคยมีท้อจนถึงร้องไห้ไหม?

จอย – “ทั้งหมดที่ทำ คิดอย่างเดียวทำให้ครอบครัว จอยแฮปปี้ ไม่ท้อ แต่ส่วนมากจะเหงา อยากกลับบ้านไปอยู่กับลูกๆ เราเคยอยู่รวมกัน แต่ตอนนี้ต้องแยกหมด คิดถึงทุกคน ไปหาไม่ค่อยได้ด้วย เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยสบาย ไม่อยากเข้าไป เดี๋ยวเผื่อเราเอาอะไรเข้าไป จอยไม่ท้อง่ายๆ สนุกกับการทำงานค่ะ”

จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน