มส.อนุญาตวัดจัดบวชเข้าพรรษา – นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักพุทธฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 13/2564 เมื่อเร็วๆ นี้ ได้พิจารณาทบทวนการจัดกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรเนื่องในวันเข้าพรรษา หลังจากที่เมื่อวันที่ 30 เม.ย. มหาเถรฯ มีมติขอความร่วมมือวัดทั่วประเทศงดจัดกิจกรรมทุกประเภทที่มีการรวมกลุ่มคนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เนื่องจากในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาในเดือน ก.ค.นี้ มีธรรมเนียมการจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทของชาวพุทธที่สืบทอดกันมา ขณะที่บางจังหวัดสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี
ที่ประชุมมหาเถรฯ จึงมีมติเห็นชอบการผ่อนคลายให้วัดสามารถจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทเนื่องในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาได้ โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 หรือมาตรการของพื้นที่เป็นหลักอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1.การประกอบพิธีในพระอุโบสถ อุโบสถ พระอุปัชฌาย์ พระคู่สวด และพระอันดับ ต้องสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย และเว้นระยะตามความเหมาะสม 2.ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีในพระอุโบสถ อุโบสถ ให้พิจารณาเฉพาะเท่าที่จำเป็น และตามความเหมาะสมของสถานที่
3.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด 4.ผู้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบทจะต้องนำใบรับรองผลการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ครั้งที่ 1 และ 2 หรือใบรับรองการฉีดวัคซีน โควิด-19 ครบทั้ง 2 ครั้งมาแสดงต่อพระอุปัชฌาย์หรือผู้รับผิดชอบการจัดพิธีของวัด
“แม้ว่ามหาเถรฯ มีมติออกมา แต่มหาเถรฯ ยังคงขอความร่วมมือให้งดเว้นการจัดกิจกรรมประเพณีรื่นเริงท้องถิ่นที่เคยจัดกันมา เช่น งานฝังลูกนิมิต งานประจำปีที่เน้นความสนุกสนาน ส่วนการปฏิบัติกิจของสงฆ์ เช่น การทำวัตร การถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณรทำได้ปกติ แต่ย้ำให้คณะสงฆ์และประชาชนปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) แจ้งมติดังกล่าวให้เจ้าผู้คณะปกครองและวัดทั่วประเทศได้รับทราบแล้ว”นายสิปป์บวรกล่าว